Featured

Eat Indian Food & Curry On รวบรวมตำนานอาหารอินเดียจานเด่น ตอนที่ 2

ชัตนีย์: เครื่องเคียงสําคัญทองอาหารอินเดีย

Eat Indian Food & Curry On รวบรวมตำนานอาหารอินเดียจานเด่น ตอนที่ 2

ไม่มีอาหารอินเดียมื้อใดสมบูรณ์ได้หากปราศจากชัตนีย์ และชัตนีย์ชนิดที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็คือมะนาวและมะม่วง อินเดียนิยมถนอมอาหารด้วยการนําผลไม้มาต้มกับน้ำส้มสายชูและน้ำตาลก่อนผสมเครื่องเทศมาหลายร้อยปีแล้ว และเมื่อถึงต้นศตวรรษที่ 16 เมื่อนักสํารวจชาวยุโรปเริ่มทําการค้ากับอินเดีย อาหารแปลกชนิดนี้ก็ถูกนําเข้าไปยังยุโรปเหนือในฐานะสินค้าหรูคําในภาษาฮินดูที่ใช้เรียกเครื่องเคียงรสจัดซึ่งเอาไว้กินคู่กับอาหารจานหลักคือ catni ออกเสียงว่า “ชัต-น” ซึ่งก็เป็นรากศัพท์ของคําที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เมื่อเรียกหาเครื่องจิ้มมากินกับปาปาดัม Continue reading “Eat Indian Food & Curry On รวบรวมตำนานอาหารอินเดียจานเด่น ตอนที่ 2”

Featured

Eat Indian Food & Curry On รวบรวมตำนานอาหารอินเดียจานเด่น ตอนที่ 1

พริกไทย ราชาแห่งเครื่องเทศ

Eat Indian Food & Curry On รวบรวมตำนานอาหารอินเดียจานเด่น ตอนที่ 1

ในยุโรปยุคกลาง พริกไทยดําเป็นราชาแห่งเครื่องเทศมีความสําคัญยิ่งในการปรุงอาหารเป็นที่นิยมในหมู่คนรวยและชนชั้นสูง พริกไทยนั้นมีราคาแพงเสมอมา แต่เมื่อจักรวรรดิออตโตมันยึดครองคอนสแตนติโนเปิลในปี 1453 เส้นทางการค้าไปทางตะวันออกที่สะดวกที่สุดก็ถูกปิด และราคาพริกไทยก็เริ่มพุ่งสูงเกินควบคุมระหว่างปี 1496-1505 ราคาเพิ่มขึ้นสูงถึง 400% ดังนั้นจึงกลายเป็นเรื่องจําเป็นที่ต้องหาเส้นทางใหม่ไปยังตะวันออก โดยเฉพาะอินเดียและหมู่เกาะเครื่องเทศ Continue reading “Eat Indian Food & Curry On รวบรวมตำนานอาหารอินเดียจานเด่น ตอนที่ 1”

Featured

It’s tea & cake o’clock เรื่องเล่าของชาและความเป็นมาของขนมน้ำชา ตอนที่ 3

ฮอตครอสส์บัน (Hot Cross Bun) ขนมปังประจำเทศกาลอีสเตอร์

It's tea & cake o'clock เรื่องเล่าของชาและความเป็นมาของขนมน้ำชา ตอนที่ 3

สําหรับหลายๆคน ฮอตครอสส์บัน (hot cross bun) เป็นตัวแทนของเทศกาลอีสเตอร์ โดยเฉพาะวันศุกร์ก่อนวันอีสเตอร์และการตรึงกางเขนพระเยซูซึ่งว่ากันว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดขนมชนิดนี้ เอลิซาเบธ เดวิด กล่าวไว้ใน English Bread and Yeast Cookery (1977) ว่าบันรสหวานใส่เครื่องเทศได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยทิวดอร์ แต่ได้รับอนุญาตให้ทําเฉพาะโอกาสพิเศษในปี 1592 ซึ่งเป็นรัชสมัยของพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 1 เจ้าหน้าที่ควบคุมตลาดในลอนดอน (London Clerk of the Markets) ประกาศข้อบังคับดังนี้ Continue reading “It’s tea & cake o’clock เรื่องเล่าของชาและความเป็นมาของขนมน้ำชา ตอนที่ 3”

Featured

It’s tea & cake o’clock เรื่องเล่าของชาและความเป็นมาของขนมน้ำชา ตอนที่ 2

เรื่องเล่าของบัน (Bun) ขนมปังม้วนชื่อดัง

It's tea & cake o'clock เรื่องเล่าของชาและความเป็นมาของขนมน้ำชา ตอนที่ 2

ในอเมริกา บัน (bun) เป็นชื่อเรียกรวมๆของขนมปังม้วนไม่ว่าจะมีรสหวานหรือคาว แต่บันของอังกฤษจะหวานกว่าและเข้มข้นกว่า คําค้นใช้กันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นอย่างน้อยและมาจากคําในภาษาฝรั่งเศสว่า บูนย์ (bugne) หรือ “บวม” สื่อถึงรูปร่างโป่งพองของมัน บันมีหลายชนิด ต่อไปนี้คือ 3 ชนิดที่น่าสนใจที่สุด Continue reading “It’s tea & cake o’clock เรื่องเล่าของชาและความเป็นมาของขนมน้ำชา ตอนที่ 2”

Featured

It’s tea & cake o’clock เรื่องเล่าของชาและความเป็นมาของขนมน้ำชา ตอนที่ 1

It's tea & cake o'clock เรื่องเล่าของชาและความเป็นมาของขนมน้ำชา ตอนที่ 1

สายสัมพันธ์ระหว่างชากับอังกฤษนั้นเหนียวแน่นยืนยงจนแทบนึกแยกกันไม่ออก ใน Asterix in Britain (1966) ชาวอังกฤษขอให้ชาวกอลช่วยพวกตนรบกับชาวโรมัน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 1,500 กว่าปีก่อนอังกฤษจะรู้จักใบชาอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านั้นชาวอังกฤษติดนิสัยชอบดื่มน้ำร้อนผสมนม เมื่อพ่อหมอดรูอิดนาม เกราฟิกซ์ (Gerafix the Druid) เติมสมุนไพรพิเศษ (ชา) ลงในน้ำร้อน ก็ส่งผลให้ชาวอังกฤษมีจิตใจฮึกเหิมกระตือรือร้นเช่นเดียวกับที่ยาวิเศษของเขามีผลต่อชาวกอล Continue reading “It’s tea & cake o’clock เรื่องเล่าของชาและความเป็นมาของขนมน้ำชา ตอนที่ 1”

Featured

ตำนาน 12 จักรราศี กว่าจะมาเป็นสัญลักษณ์ประจำเดือนเกิด ตอนที่ 2

ราศีตุลย์ (Libra) กลุ่มดาวคันชั่ง 

ราศีตุลย์ (Libra) กลุ่มดาวคันชั่ง 

คันชั่งในราศีนี้เป็นคันชั่งสองแขนตามตํานานจึงกล่าวว่าคันชั่งข้างหนึ่งนามว่า ซูเบเนลจีนบี (Zubenelgenubi) เป็นข้างที่หมายถึงความสงบและสันติสุข อีกข้างหนึ่งจึงเป็นข้างที่หมายความถึงตัณหาราคะ ความกระหายใคร่อยากไม่สิ้นสุดของมนุษย์ชื่อว่า ซูเบเนสชามาลี (Zubeneschamal) ความที่มีเทพีวีนัสควบคุมอยู่ ผู้หญิงที่เกิดในราศีตุลย์จึงเป็นที่ยอมรับกัน ว่าสวยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับทุกราศี Continue reading “ตำนาน 12 จักรราศี กว่าจะมาเป็นสัญลักษณ์ประจำเดือนเกิด ตอนที่ 2”

Featured

ตำนาน 12 จักรราศี กว่าจะมาเป็นสัญลักษณ์ประจำเดือนเกิด ตอนที่ 1

ตำนาน 12 จักรราศี กว่าจะมาเป็นสัญลักษณ์ประจำเดือนเกิด ตอนที่ 1

นอกเหนือจากดาวเคราะห์ต่างๆที่ชาวกรีก (และนักดาราศาสตร์รุ่นปัจจุบัน) ได้นําเอาชื่อเทพต่างๆของพวกเขามาเรียกแทนแล้ว ยังมีดวงดาวสําคัญอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มดาว 12 กลุ่มที่วงอยู่รอบเส้นสุริยะวิถี พูดง่ายๆคือเมื่อเรามองดวงอาทิตย์ก็จะเห็นกลุ่มดาวพวกนี้อยู่เป็นฉากหลังตามช่วงเวลาแต่ละช่วงเดือนชัดเจน (อันที่จริงมองไม่เห็นหรอกนะ ต้องให้ดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่านไปสักสองเดือนก่อนนะแหละถึงจะมองเห็นด้วยตาได้) ดาวที่อยู่ตรงฉากหลังพวกนั้นแหละที่เราเรียกว่า จักรราศี Continue reading “ตำนาน 12 จักรราศี กว่าจะมาเป็นสัญลักษณ์ประจำเดือนเกิด ตอนที่ 1”

Featured

เทพและเทพีทั้งห้าองค์ที่คงความหมายสําคัญแก่โลก ตอนที่ 2

4. เทพไดโอไนซัส (Dionysus)

เทพไดโอไนซัส (Dionysus)

ชื่อกรีก : เทพไดโอไนซัส (Dionysus)
ชื่อโรมัน : เทพแบคคัส (Bacchus)

ไดโอไนซัสหรือแบคคัสในภาษาโรมันเป็นเทพแห่งเมรัย ซึ่งสําคัญต่อมนุษย์ (กรีก) มากพอๆกับดีมีเตอร์ พระองค์เป็นเทพองค์ล่าสุดที่ขึ้นไปอยู่บนโอลิมเปียน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นหนึ่งในสิบสองเทพใหญ่เพราะมาทีหลัง แต่ก็เป็นเทพสําคัญมากองค์หนึ่ง ไดโอไนซัสเป็นเทพองค์เดียวที่ได้ชื่อว่ามีกําเนิดสามครั้ง และยังเป็นเทพที่มีอุปนิสัยคล้ายคลึงมนุษย์มากที่สุด

ไดโอไนซัสเป็นลูกของซูสกับนางมนุษย์เซมิลี (Semele) ซึ่งเป็นเจ้าหญิงแสนงามแห่งธีบส์ แต่กําเนิดของเขาผิดปกติกว่าคนอื่นก็เพราะโดนพิษรักแรงหึงของพระนางเฮราเล่นงานตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เรื่องก็คือหลังจากที่เซมิลีตั้งครรภ์ ซูสผู้กําลังหลงเมียคนสวยก็ดีใจเป็นยิ่งนัก ออกปากว่าเซมิลีอยากได้อะไรจะหามาให้ทั้งสิ้น การเอ่ยปากด้วยความดีใจครั้งนี้ ซูสถึงกับเอ่ยสาบานกับแม่น้ำสติกซ์ทีเดียว ถ้าได้อ่านเรื่องของพลูโตจะได้รู้ว่า อันแม่น้ำสติกซ์นี้ ถ้าใครเอ่ยเอามาอ้าง จะทวนสาบานไม่ได้เด็ดขาด ตรงนี้แหละที่เฮราได้ช่อง นางดลใจยัดเยียดความคิดให้แก่เซมิลีว่าอยากจะเห็นสวามีในร่างเทพแท้ให้เต็มตาสักครั้งหนึ่งไว้ในหัวเซมิลี และสนมชาวมนุษย์ก็เอ่ยขอตามนั้น

ซูสได้ฟังสิ่งที่นางขอก็ตกใจแทบหล่นจากเก้าอี้ด้วยรู้ว่าร่างจริงของพระองค์ซึ่งเต็มไปด้วยฉัพพรรณรังสีอันเจิดจ้าของประดาพลังวิเศษต่างๆ ไม่มีตามนุษย์คนไหนจะทนได้ เห็นแล้วจะต้องตายทุกราย มหาเทพพยายามขอร้องให้นางเปลี่ยนใจไปขออย่างอื่น แต่เซมิลีในเวลานั้นไม่มีความคิดอื่นใดเหลืออยู่ในสมองอีกเลยนอกจากสิ่งนี้ ซูสจึงจําเป็นต้องทําตามเนื่องจากเอ่ยปากสาบานกับแม่น้ำสติกซ์ไปเสียแล้ว

ซูสเตรียมตัวพร้อม เมื่อพระองค์แสดงร่างจริง ฉัพพรรณรังสีอันแรงกล้าของพระองค์ก็ทําเอาเซมิลีสิ้นชีวิตจากการเห็นภาพทันที ซูสคว้าเอาลูกในท้องของนางออกมาแล้วยัดไว้ที่ต้นขาของตน ให้เด็กน้อยเจริญเติบโตเต็มที่ก่อนจะออกมาดูโลก

เมื่อไดโอไนซัสเกิด เฮราก็ยังตามรังควานต่อไป นางไปเรียกเอาเหล่าไทแทนมาได้กลุ่มหนึ่ง ยักษ์ไทแทนกลุ่มนี้หาของขวัญและของเล่นไปล่อลวงไดโอไนซัสน้อยให้ออกพ้นสายตาพระบิดา เทพทารกก็ตามมาเพราะไม่รู้ความ พวกไทแทนจับตัวเขา ฉีกแขนฉีกขาได้ก็ย่างเนื้อเด็กน้อยกิน ปรากฏว่าเมื่อบิดาตามมาในภายหลัง ซูสเพียงได้แขนขาบางส่วนของลูกน้อย และอธีน่าก็ไปเก็บหัวใจมาได้ สองคนช่วยกันฝังส่วนที่เหลือแล้วเจ้าแม่รีอาก็ชุบไดโอไนซัสให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง (การตายแล้วฟื้นของไดโอไนซัสนับเป็นวัฏจักรครั้งแรกของเขา ซึ่งต่อมาต้องตายแล้วฟื้นทุกปีเหมือนต้นองุ่น)

ตํานานหนึ่งเล่าว่าต่อจากนั้น ซูสได้นําลูกชายตัวน้อยไปฝากราชาและราชินีแห่งเมืองๆหนึ่งเลี้ยง เฮอร์มีสแนะนําราชาและราชินีเมืองนี้ด้วยว่าให้ปลอมไดโอในชัสเป็นเด็กผู้หญิงเพื่อไม่ให้เฮราสงสัย แต่เฮรา ราชินีสวรรค์ก็ล่วงรู้และตามไปทําลายราชวงศ์นั้นจนย่อยยับ ทําให้ซูสต้องนําตัวไดโอไนซัสไปให้นางอัปสรท้องธารแห่งไนซาช่วยเลี้ยงดูจนเติบโตเป็นหนุ่ม แต่บางตํานานก็ว่า พระองค์คว้าไดโอไนซัสออกมาจากครรภ์มารดาแล้วนํามาให้นางนิมพ์แห่งไนซาเลี้ยงดูในทันที

ที่ภูเขาไนซา ไดโอไนซัสเติบโตอย่างมีความสุขเหมือนดังฝัน รอบตัวแวดล้อมไปด้วยนางอัปสรที่รักเขาประหนึ่งน้องชาย วันๆมีแต่เรื่องสนุกสนานร้องรําทําเพลง แต่ในท่ามกลางความสุขอย่างนี้ ไดโอไนซัสก็อดซุกซนตามประสาอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ แล้ววันหนึ่งหลังจากซุกซนกับสิ่งอื่นๆจนเบื่อ เขาหาเรื่องทดลองเล่นกับพวงองุ่นที่มีอยู่ดาษดื่นในแถบภูเขาแห่งนั้น

ผลก็คือทําให้เกิดเครื่องดื่มขึ้นมาอย่างหนึ่งที่ทั้งเทพและมนุษย์ไม่รู้จักมาก่อน กลิ่นของมันหอมหวนจนไดโอไนซัสเองก็อดใจไม่อยู่ เขาทดลองจิบชิมไปเรื่อยๆ รสชาติแปลกๆแต่ก็ทําให้ครื้มใจใช่เล่น จิบไปจิบมาชักติดลมก็เลยลองต่อไปแบบไม่ยั้ง องุ่นหมักเมื่อออกฤทธิ์ก็พาให้ไดโอไนชัสสนุกสนานสุดเหวี่ยงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งเอะอะ ทั้งดีดดิ้นเต้นระบําเป็นบ้าเป็นหลังก่อนจะหลับไป จนนางอัปสรผู้เลี้ยงดูคิดว่าเขาบ้าหรือเสียสติไปแล้ว

องุ่นหมักที่ว่านี้ก็คือไวน์นั่นเอง แต่ตอนที่เทพหนุ่มลองผสมมันขึ้นยังไม่มีใครรู้พิษสงของมันแม้กระทั่งตัวเขาเอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง คนเมาก็ต้องมีอาการเมาค้าง อาการ อย่างว่าเนี่ยมันแสนทรมานขนาดไหนหลายๆคนที่เคยลองคงรู้ดี ทั้งปวดหัวราวกับจะระเบิด ทั้งผะอืดผะอมขมคอ ตาลาย ไดโอไนซัสไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ทั้งไม่รู้จะแก้ไขยังไงก็เลยเดินทางไปหานางพยากรณ์ตรวจดู นางก็ตรวจเหตุการณ์และรู้เรื่อง แต่ไม่ยักให้คําแนะนํากลับกล่าวโทษเสียแทน เป็นเหตุให้เทพบุตรหนุ่มโมโหมากทีเดียว

ไดโอไนซัสไม่ได้สนใจสิ่งที่นางพยากรณ์พูดว่าให้ทําลายสิ่งที่คิดขึ้นเสีย ในทางตรงกันข้าม เขาเริ่มต้นเปิดเผยอารยธรรมเมรัยศาสตร์และการดื่มมากขึ้น เริ่มเดินทางตุรัดตุเหร่แจกจ่ายไวน์และความรู้เรื่องไวน์ไปทางภาคพื้นตะวันออก ระหว่างทางเริ่มมีผู้ตามขบวนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวแซทเทอร์ ตัวเซนทอร์ และไซลีนัส (Silenus) (ตัวละครตัวหนึ่งที่เมาแอ่น ลักษณะท่าทางเป็นชายอ้วนพุงพลุ้ยหัวล้านในภาพยนตร์เรื่องแฟนเทเชีย (Fantasia) ของดิสนีย์ เรื่องแรกนั่นแหละไซลีนัส คนนี้เป็นเทพชั้นรอง เป็นวิญญาณป่า บริวารของไดโอในซัสเหมือนกัน และยังเป็นทั้งครูและสหายผู้ซื่อสัตย์ บางที่รูปไซลีนัสมีแตกต่างกัน เช่นว่าหูเป็นหูม้า บางทีทั้งมีหูม้า หางและขาก็เป็นม้าด้วย)

ที่สําคัญในบรรดาพวกตามขบวนเสด็จคือผู้หญิงพวกหนึ่งที่เมื่อดื่มไวน์จนเมาแอ่น ก็เต้นระบําเด้งหน้าเด้งหลังเหมือนคนบ้าตามขบวนเดินทางของเทพองค์ใหม่ กรีกเรียกพวกนี้ว่า มีหนาด (Maenad) แต่เมื่ออารยธรรมของไดโอไนซัสเข้าไปถึงโรมัน คณานางมีหนาดก็มีชื่อใหม่ว่า  แบคแคนทีส (Baechantes)

ไดโอไนซัสได้รับการล้างบาปในไฟรเกีย เมื่อมีความบริสุทธิ์แล้ว เขาก็เดินทางไปเธรสเพื่อเผยแพร่ไวน์ แต่ไลเคอกัส (Lycurgus) ผู้ปกครองเมืองนี้กลับให้การต้อนรับอย่างไม่สมเกียรติ ถึงกับจะเอาไดโอไนซัสยัดใส่คุก เทพไม่อยากต่อล้อต่อเถียงจึงหนีไปหานางเนเรียดที่ธีทิส (Thetis) แต่ปรากฏว่าไลเคอกัสจับนางมีหนาดของพระองค์ไว้ คราวนี้ไดโอไนซัสชักโกรธจริงๆก็เลยสาปราชาไลเคอกัสให้เป็นบ้าเสียสติ คว้าขวานมาฟันเถาองุ่น ทว่าสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นเถาองุ่นคือขาทั้งสองข้างของตัวเอง เท่านั้นยังไม่พอราชอาณาจักรของไลเคอกัสยังประสบความแห้งแล้ง ประชาชนไปขอคําพยากรณ์ นางพยากรณ์บอกว่าเป็นความผิดของพระราชา และพระองค์ควรถูกประหาร ประชาชนก็เลยฉีกเขาเป็นชิ้นๆ

ไดโอไนซัสได้กองทหารซึ่งมีอาวุธพร้อมด้วยฤทธิ์เทพมาจากอินเดีย จากนั้นเขาก็เดินทางกลับมากรีซในราชรถที่ตกแต่งด้วยใบองุ่นลากด้วยเสือดํา มีไซลีนัส คณานางมีหนาด แซทเทอร์ และวิญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์เช่นเทพไพรอาพัสแวดล้อมเริงร่า การเผยแพร่ความนิยมของแต่ละเทพเข้าไปในหมู่คนอาจไม่ใช่เรื่องยากสําหรับเทพอื่น แต่ในเมื่อมันเป็นไวน์ คนก็เลยยอมรับยากหน่อย

ดังนั้นในบางครั้งแทนที่ไดโอไนซัสจะใช้สันติวิธีชักชวนกลับใช้ฤทธิ์เดชแทน เช่นครั้งที่พยายามจะทําให้ชาวเมืองอาร์กอสเห็นพลัง เขาเป่ามนต์ให้ลูกสาวสองคนของราชาแห่งเมืองอาร์กอส เสียสติเที่ยวเดินตุรัดตุเหร่ไปทั่วชนบทเพราะคิดว่าตัวเองเป็นแม่โค อีกครั้งหนึ่งเมื่อเขาพยายามหาทางเข้าไปหาพวกเน็กซอส ไดโอไนซัสไปว่าจ้างพวกสลัดให้ทํางานนี้ แต่โจรสลัดกลับจับตัวเขาลงเรือกะจะเอาไปขายเป็นทาส ไดโอไนซัสรอจนเรือแล่นไปถึงทะเลลึกจึงสําแดงเดชร่ายเวทย์ให้พายของพวกมันกลายเป็นงูและเถาองุ่นเลื้อยพันเรือ โจรสลัดตกใจโดดลงทะเลและกลายเป็นโลมากันไปหมด

ไดโอไนซัสเคยมีความรักอยู่ครั้งหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นคืออาริแอดนี่ (Ariadne) เจ้าหญิงคนที่ช่วยชีสซีอัสให้ฆ่าวัวมิโนทอร์ แต่เมื่อเดินทางหนีมาด้วยกัน ชีสซีอัสก็ทิ้งเธอไว้เดียวดายบนเกาะร้างแห่งหนึ่ง ไดโอในชัสไปพบเข้าก็สงสารและรักนาง เขาช่วยนางออกมาแล้วพาไปอยู่ด้วยกัน บาง ตํานานว่าไม่นานเท่าไหร่อาริแอดนี่ก็ตาย ไดโอในซัสจึงไม่มีรักใหม่อีกเลย

อย่างที่เล่าแต่แรกว่าไดโอไนชัสตายแล้วฟื้นได้ ดังตํานานที่เล่าว่าเขาถูกยักษ์ไทแทนฉีกร่างกายออกเป็นชิ้นๆ สภาพการณ์เหมือนต้นองุ่นเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวที่ชาวบ้านจะฟันกิ่งจนเหลือแต่ต้น จะเรียกว่าไดโอไนซัสถึงแก่ความตายก็ได้ แต่ในความตายนี้เอง ไดโอในซัสได้ลงไปยังปรโลก ช่วยมารดาเซมิลี่มาจากมือของเฮดีส แต่การไปขอนางคืนจากพระองค์ง่ายๆเฮดีสก็ต้องไม่ยอมเป็นธรรมดา ต้องมีการเปรียบมวยกันนิดหน่อย ไดโอไนชัสกล่าวว่าพระองค์เหนือกว่าเทพทุกองค์ เพราะพระองค์ตายแล้วฟื้นได้ เฮดีสเห็นจริงก็เลยยอม (ในตํานานกรีก เฮดีสปล่อยคนที่เดินเข้าสู่ปรโลกให้ออกไปไม่กี่คน) ไดโอไนซัสพานางเซมิลี่ขึ้นไปบนสวรรค์ กลายเป็นมนุษย์อมตะคนเดียวบนสวรรค์ท่ามกลางหมู่เทพที่เป็นอมตะ

ไดโอในซัสกลับมาบนผืนโลกอีกครั้ง พอดีกับเวลาที่ผ่านไป ต้นองุ่นก็ค่อยๆฟื้นตัวแตกดอกงอกงามเหมือนเดิม ก็เหมือนกับไดโอไนชัสฟื้นคืนชีพอีกหน ในช่วงที่เขาฟื้นจากความตายนี่แหละที่ทําให้เทพและมนุษย์ต่างชื่นชมยินดีและต่างพากันเฉลิมฉลองกันใหญ่เลย และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดของเทพแห่งเมรัย

5. เทพีเซรีส (Ceres)

เทพีเซรีส (Ceres)

ชื่อกรีก : เทพีดีมีเตอร์ (Demeter)
ชื่อโรมัน : เทพีเซรีส (Ceres)

เทพีดีมีเตอร์ เป็นธิดาของโครนัสกับรีอา ทําหน้าที่เป็นพระโพสพเทวี และเป็นหนึ่งในสิบสองเทพใหญ่ของโอลิมเปียน เธอเป็นพี่นางของซูสเช่นเดียวกับเฮรา แต่ต่อมาดิเตอร์ดูจะกลายเป็นเทพแห่งธรณีไปด้วย แต่ก็เป็นเทพแห่งธรณีที่ต่างจากเจ้าแม่ไกอา เนื่องจากฝ่ายแรกควบคุมเฉพาะดินที่ได้รับการหว่านไถและเน้นหนักในส่วนที่ปลูกข้าวโพด ส่วนเจ้าแม่ไกอาฝ่ายหลังควบคุมแผ่นดินที่มีธาตุที่มาจากจักรวาล ดังนั้นตํานานของเธอจึงข้องเกี่ยวกับที่ราบอันสมบูรณ์และพื้นที่ที่เป็นที่เกิดตํานานของเธอ คือที่อีลียซิส ไม่ไกลจากเอเธนส์และซิซิลี Continue reading “เทพและเทพีทั้งห้าองค์ที่คงความหมายสําคัญแก่โลก ตอนที่ 2”

Featured

เทพและเทพีทั้งห้าองค์ที่คงความหมายสําคัญแก่โลก ตอนที่ 1

เทพและเทพีทั้งห้าองค์ที่คงความหมายสําคัญแก่โลก ตอนที่ 1

โลก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 12,756 กิโลเมตร โคจรรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลา 365.24 วัน หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 1 วัน และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 149.6 ล้านกิโลเมตร มวลของโลกคือหินและโลหะ บรรยากาศประกอบด้วยไนโตรเจนและออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่ Continue reading “เทพและเทพีทั้งห้าองค์ที่คงความหมายสําคัญแก่โลก ตอนที่ 1”

Featured

Star Myths ตํานานดาวกับเรื่องราวของเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 2

กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ (Canis Major) และกลุ่มดาวกระต่ายป่า (Lepus)

กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ Canis Major

กลุ่มดาวนี้มีดาวซีรีอัส-Sirius ดาวสุนัขใหญ่หรือคนไทยเรียกดาวโจร เป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในเวลากลางคืน ชื่อนี้มาจากภาษากรีกว่า ชีวีออส แปลว่าสุกสว่าง (คนไทยเราเรียกดาวดวงเดียวกันว่าดาวโจร นับเป็นกลุ่มดาวหน้าหนาวสําหรับคนไทย) Continue reading “Star Myths ตํานานดาวกับเรื่องราวของเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 2”

Featured

Star Myths ตํานานดาวกับเรื่องราวของเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 1

Star Myths ตํานานดาวกับเรื่องราวของเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 1

บทความนี้จะเป็นตํานานเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวที่น่าสนใจ แต่ในตํานานไม่ได้มีครบทั้ง 88 กลุ่ม  จึงเลือกมาได้เฉพาะที่ยาวพอและน่าสนุก ที่เหลือเป็นตํานานสั้นถึงสั้นมากจึงละเว้นไว้ ตามไปดูกันเลยดีกว่า Continue reading “Star Myths ตํานานดาวกับเรื่องราวของเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 1”

Featured

88 กลุ่มดาวที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ตอนที่ 3

61. กลุ่มดาวนกยูง (Pavo)

กลุ่มดาวนกยูง (Pavo)

กลุ่มดาวนกยูง เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ปรากฏในแผนที่ดาวยูราโนเมเทรีย (Uranometria) ของ โยฮันน์ เบเยอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1603

62. กลุ่มดาวม้าบิน (Pegasus)

กลุ่มดาวม้าบิน (Pegasus)

กลุ่มดาวม้าบิน เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านเหนือ ตั้งชื่อตาม “เพกาซัส” สัตว์วิเศษในเทพนิยายกรีก ดาวฤกษ์สว่าง 4 ดวงในกลุ่มที่เรียงตัวกันเรียกว่า “จัตุรัสม้าบิน” ดาวดวงหนึ่ง ใน 4 ดวงนี้เป็นสมาชิกของทั้งกลุ่มดาวอันโดรเมดาและกลุ่มดาวม้าบิน

63. กลุ่มดาวเพอร์ซิอัส (Perseus)

กลุ่มดาวเพอร์ซิอัส (Perseus)

กลุ่มดาวเพอร์ซิอัส เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านเหนือ ตั้งชื่อตาม “เพอร์ซิอัส” วีรบุรุษกรีกผู้ฆ่าอสูรร้ายเมดูซาในเทพนิยายกรีก กลุ่มดาวเพอร์ซิอัสเป็นตําแหน่งจุดกระจายดาวตกของ “ฝนดาวตกเพอร์ซิอัส” ซึ่งเกิดกลางเดือนสิงหาคมทุกปี

64. กลุ่มดาวนกฟีนิกซ์ (Phoenix)

 กลุ่มดาวนกฟีนิกซ์ (Phoenix)

กลุ่มดาวนกฟีนิกซ์ เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กในซีกฟ้าด้านใต้ ฟีนิกซ์เป็นนกวิเศษในตํานานกรีก ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นอมตะ ยามใดที่แก่เฒ่าร่วงโรยจะสามารถเผาร่างตัวเองแล้วกลายเป็นนกหนุ่มได้ทุกครั้งตลอดกาล ชื่อนี้นักเดินเรือชาวดัตช์ ปีเตอร์ ดีร์กโซน ไกเซอร์ และ เฟรดริก ดี เฮาท์มัน เอามาใช้เรียกกลุ่มดาว

65. กลุ่มดาวขาตั้งภาพ (Pictor)

กลุ่มดาวขาตั้งภาพ เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กในซีกฟ้าด้านใต้ นิโคลา หลุยส์ เดอ ลากาย ตั้งชื่อนี้ให้ เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18

66. กลุ่มดาวปลา หรือกลุ่มดาวราศีมีน (Pisces)

กลุ่มดาวปลา หรือกลุ่มดาวราศีมีน (Pisces)

กลุ่มดาวปลา (กลุ่มดาวราศีมีน) เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในจักรราศี อยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำทางทิศตะวันตกกับกลุ่มดาวแกะทางทิศตะวันออก 

67. กลุ่มดาวปลาใต้ (Piscis Austrinus)

กลุ่มดาวปลาใต้ เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในกลุ่มดาว 88 กลุ่มที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล และยังเป็นกลุ่มดาวรุ่นแรกในจํานวนกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี มีดาวฤกษ์สว่างอยู่ดวงเดียว คือ ดาวโฟมัลฮอต

68. กลุ่มดาวท้ายเรือ (Puppis)

กลุ่มดาวท้ายเรือ เป็นกลุ่มดาวทางซีกโลกด้านใต้ เป็นกลุ่มดาวส่วนที่ใหญ่ที่สุดหลังจากการแบ่งกลุ่มดาวเรืออาร์โกออกจากกัน 

69. กลุ่มดาวเข็มทิศ (Pyxis)

กลุ่มดาวเข็มทิศ เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ชื่อนี้ นิโคลา หลุยส์ เดอ ลากาย ตั้งให้เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 เดิมเรียกกันว่า Pyxis Nautica ไม่แน่ชัดว่าชื่อเดิมจะใช้แทนสัญลักษณ์อะไร แต่ปัจจุบันเข้าใจกันว่าน่าจะเป็นสัญลักษณ์แทนเข็มทิศของกลุ่มดาวเรืออาร์โก แม้ในยุคนั้นยังไม่มีเข็มทิศใช้ก็ตาม

70. กลุ่มดาวตาข่าย (Reticulum)

กลุ่มดาวตาข่าย เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กในซีกฟ้าด้านใต้ เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับ ที่ 3 ในท้องฟ้า ชื่อนี้ นิโคลา หลุยส์ เดอ ลากาย ตั้งให้เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษ ที่ 18 โดยต้องการจะหมายถึงตาข่ายในกล้องสําหรับวัดตําแหน่งดาวในกลุ่มดาวลูกธนู

71. กลุ่มดาวลูกธนู (Sagitta)

กลุ่มดาวลูกธนู เป็นกลุ่มดาวที่มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ในท้องฟ้า รองจากกลุ่มดาวกางเขนใต้และกลุ่มดาวม้าแกลบ แม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็เป็นกลุ่มดาวเก่าแก่หนึ่งในกลุ่มดาว 48 กลุ่มที่อยู่ในรายการของทอเลมี ในบรรดากลุ่มดาว 88 กลุ่มดาวลูกธนูเป็นกลุ่มที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล

72. กลุ่มดาวคนยิงธนู หรือกลุ่มดาวราศีธนู (Sagittarius)

กลุ่มดาวคนยิงธนู หรือกลุ่มดาวราศีธนู (Sagittarius)

กลุ่มดาวคนยิงธนู (กลุ่มดาวราศีธนู) เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในจักรราศี จินตนาการจากนิยายกรีกเป็นรูปคนครึ่งม้ากําลังน้าวคันธนู กลุ่มดาวคนยิงธนูอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องทางทิศตะวันตกกับกลุ่มดาวแพะทะเลทางทิศตะวันออก ดาวสว่างในกลุ่มดาวนี้เรียงกันเป็นรูปร่างคล้ายกาน้ำชา

73. กลุ่มดาวแมงป่อง หรือกลุ่มดาวราศีพิจิก (Scorpius)

กลุ่มดาวแมงป่อง (กลุ่มดาวราศีพิจิก) เป็นกลุ่มดาวที่มีขนาดใหญ่อยู่ในซีกฟ้าด้านใต้ เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในจักรราศี อยู่ใกล้กับศูนย์กลางทางช้างเผือก มีลักษณะเด่นที่สุด สังเกตง่าย และรูปลักษณ์จําลองของกลุ่มดาวก็ดูเหมือนจะเทียบได้กับแมงป่องจริงๆ จึงทําให้หลายชาติหลายวัฒนธรรมเรียกกลุ่มดาวนี้เหมือนกัน กลุ่มดาวแมงป่องหรือกลุ่มดาวพิจิกอยู่ ระหว่างกลุ่มดาวตาชั่งทางทิศตะวันตกกับกลุ่มดาวคนยิงธนูทางทิศตะวันออก ดาวสําคัญในกลุ่มดาวนี้คือดาวปาริชาต ซึ่งออกสีส้มแดง ส่วนดาวดวงอื่นเรียงตัวกันเป็นแถวยาวโค้งคล้ายหางแมงป่อง 

74. กลุ่มดาวช่างแกะสลัก (Sculptor)

กลุ่มดาวช่างแกะสลัก เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ชื่อนี้ นิโคลา หลุยส์ เดอ ลากาย ตั้งให้เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18

75. กลุ่มดาวโล่ (Scutum)

กลุ่มดาวโล่ เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็ก ชื่อนี้ โยแฮนเนส เอเวลีอุส เป็นผู้ตั้งให้ในคริสต์ศตวรรษที่ 17

76. กลุ่มดาววง (Serpens)

กลุ่มดาวง เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในกลุ่มดาว 88 กลุ่มที่สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลรับรอง และยังเป็นกลุ่มดาวรุ่นแรกในจํานวนกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี ด้วยเป็นกลุ่มดาวที่ อนข้างแตกต่างจากกลุ่มดาวอื่นตรงที่แยกออกเป็น 2 ส่วน คือ หัวงู (Serpens Caput) อยู่ทางตะวันออกกับหางงู (Serpens Cauda) อยู่ทางตะวันตก ตรงกลางมีกลุ่มดาวคนแบกงคันกลาง

77. กลุ่มดาวเซกซ์แทนต์ (Sextans)

กลุ่มดาวเซกซ์แทนต์ เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กในบริเวณเส้นศูนย์สูตรฟ้าค่อนไปทางใต้ ชื่อนี้ โยแฮนเนส เฮเวลีอุส เป็นผู้ตั้งให้ในคริสต์ศตวรรษที่ 17

78. กลุ่มดาววัว กลุ่มดาวราศีพฤษภ หรือดาวธง (Taurus)

Taurus

กลุ่มดาววัว (กลุ่มดาวราศีพฤษภ หรือดาวธง) เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในจักรราศี จะเห็นเด่นชัดในคืนฤดูหนาว อยู่ระหว่างกลุ่มดาวแกะทางทิศตะวันตก และกลุ่มดาวคนคู่ทางทิศตะวันออก มีกลุ่มดาวเพอร์ซิอัสและกลุ่มดาวสารถีอยู่ทางเหนือ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นกลุ่มดาวนายพราน ส่วนทิศตะวันออกเฉียงใต้คือกลุ่มดาวแม่น้ำและกลุ่มดาวซีตัส

79. กลุ่มดาวกล้องโทรทรรศน์ (Telescopium)

กลุ่มดาวกล้องโทรทรรศน์ เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ชื่อนี้ นิโคลา หลุยส์ เดอ ลากาย ตั้งให้เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18

80. กลุ่มดาวสามเหลี่ยม (Triangulum)

กลุ่มดาวสามเหลี่ยม เป็นกลุ่มดาวในกลุ่มดาว 88 กลุ่มที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล และยังเป็นกลุ่มดาวรุ่นแรกในจํานวนกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี ลักษณะส่วนตัวของมันคือมีดาว 3 ดวงเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม

81. กลุ่มดาวสามเหลี่ยมใต้ (Triangulum Australe)

กลุ่มดาวสามเหลี่ยมใต้ เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ปรากฏในแผนที่ดาวยูราโนเมเทรีย (Uranometria) ของ โยฮันน์ เบเยอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1603

82. กลุ่มดาวนกทูแคน (Tucana)

กลุ่มดาวนกทูแคน เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ปรากฏในแผนที่ดาวยูราโนเมเทรีย (Uranometria) ของ โยฮันน์ เบเยอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1603 ดาราจักรเมฆแมคเจลแลนเล็กก็อยู่ทางด้านทิศใต้ของกลุ่มดาวนี้

83. กลุ่มดาวหมีใหญ่ หรือกลุ่มดาวจระเข้ (Ursa Major)

Ursa Major

กลุ่มดาวหมีใหญ่ (กลุ่มดาวจระเข้) เป็นกลุ่มดาวที่อยู่ในซีกฟ้าเหนือ เป็นกลุ่มดาวสําคัญที่จะช่วยชี้ไปถึงดาวเหนือได้ ดาว 7 ดวงที่เรียงเด่นในกลุ่มดาวทําให้คนไทยจินตนาการว่าเหมือนจระเข้ จึงเรียกว่าดาวจระเข้ ส่วนคนลาวเรียกว่าดาวหัวช้าง คนอังกฤษเรียกดาวคันไถ จีนและอเมริกาเหนือเรียก กระบวยใหญ่ โปรดสังเกตว่าผู้ที่เรียกกลุ่มดาวนี้ด้วยชื่อต่างๆกันล้วนเป็นคนที่อยู่ในซีกโลกด้านเหนือ เนื่องจากจะมองเห็นกลุ่มดาวนี้ได้ตลอดทั้งปี ตรงกันข้ามกับคนที่อยู่ในซีกโลกใต้ที่จะหาโอกาสมองเห็นได้ยาก เพราะตําแหน่งดาวจะอยู่ใต้พื้นโลกเกือบตลอดเวลา กลุ่มดาวนี้มีตํานานเกี่ยวข้องกับคัลลิสโตในเทพนิยายกรีก

84. กลุ่มดาวหมีเล็ก (Ursa Minor)

กลุ่มดาวหมีเล็ก เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในกลุ่มดาว 88 กลุ่มที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล และยังเป็นกลุ่มดาวรุ่นแรกในจํานวนกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี ปัจจุบันจะเห็นกลุ่มดาวนี้ที่บริเวณขั้วท้องฟ้าด้านเหนือ แต่ก็จะไม่คงที่ตลอดไปเพราะแกนหมุนของโลกส่ายไปมา

85. กลุ่มดาวใบเรือ (Vela)

กลุ่มดาวใบเรือ เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ก่อนหน้านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวอาร์โก

86. กลุ่มดาวหญิงสาว หรือกลุ่มดาวราศีกันย์ (Virgo)

กลุ่มดาวหญิงสาว (กลุ่มดาวราศีกันย์) เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในจักรราศี มีขนาดใหญ่จนสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย มีดาวรวงข้าวเป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในกลุ่ม อยู่ระหว่างกลุ่มดาวสิงโตทางทิศตะวันตกและกลุ่มดาวตาชั่ง

87. กลุ่มดาวปลาบิน (Volans)

กลุ่มดาวปลาบิน เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กในซีกฟ้าด้านใต้ ปรากฏในแผนที่ดาวยูราโนเมเทรีย (Uranometria) ของ โยฮันน์ เบเยอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1603

88. กลุ่มดาวสุนัขจิ้งจอก (Vulpecula)

Vulpecula

กลุ่มดาวสุนัขจิ้งจอก เป็นกลุ่มดาวจางๆในซีกฟ้าเหนือ อยู่ตรงกลางของสามเหลี่ยมฤดูร้อน

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet

Featured

88 กลุ่มดาวที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ตอนที่ 2

31. กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus)

กลุ่มดาวหงส์ (Cygnus)

กลุ่มดาวหงส์ เป็นกลุ่มดาวในซีกเหนือของทรงกลมฟ้า (บางที่เรียกว่ากลุ่มดาวกางเขนเหนือเพื่อให้เข้าคู่กับกลุ่มดาวกางเขนใต้) จินตนาการเป็นรูปหงส์กางปีกบินตามแนวทางช้างเผือกหันหัวไปทางทิศใต้ อยู่ในกลุ่มดาว 88 กลุ่ม และเป็นหนึ่งในกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี 

32. กลุ่มดาวโลมา (Delphinus)

Delphinus

กลุ่มดาวโลมา เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กทางซีกฟ้าด้านเหนือ ใกล้เส้นศูนย์สูตรฟ้า อยู่ในกลุ่มดาว 88 กลุ่ม และเป็นหนึ่งในกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี 

33. กลุ่มดาวปลากระโทงแทง (Dorado)

กลุ่มดาวปลากระโทงแทง (Dorado)

กลุ่มดาวปลากระโทงแทง เป็นกลุ่มดาวอยู่ในซีกฟ้าด้านใต้ จุดเด่นในกลุ่มดาวนี้คือเมฆแมคเจลแลนใหญ่ ซึ่งกินพื้นที่เลยไปถึงกลุ่มดาวภูเขา

34. กลุ่มดาวมังกร (Draco)

กลุ่มดาวมังกร (Draco)

กลุ่มดาวมังกร เป็นกลุ่มดาวทางซีกฟ้าด้านเหนือ (อาจจะมองเห็นได้ยากหน่อย แต่คนที่อยู่แถบด้านเหนือของโลกน่าจะเห็นง่ายกว่า) อยู่ในกลุ่มดาว 88 กลุ่ม และเป็นหนึ่งในกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี

35. กลุ่มดาวม้าแกลบ (Equcleus)

กลุ่มดาวม้าแกลบ (Equcleus)

กลุ่มดาวม้าแกลบ เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 รองจากกลุ่มดาวกางเขนใต้ แต่ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มดาว 48 กลุ่มที่ทอเลมีจดไว้ในรายการแต่เดิม

36. กลุ่มดาวแม่น้ำ (Eridanus)

กลุ่มดาวแม่น้ำ เป็นกลุ่มดาวที่มีขนาดใหญ่เป็นลําดับที่ 6 ในกลุ่มดาว 88 กลุ่ม และเป็นหนึ่งในกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี

37. กลุ่มดาวเตาหลอม (Formax)

กลุ่มดาวเตาหลอม เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ชื่อนี้ นิโคลา หลุยส์ เดอ ลากาย ตั้งให้เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 แต่เดิมเรียกว่า Formax Chemica (เตาหลอมเคมี)

38. กลุ่มดาวคนคู่ หรือกลุ่มดาวราศีเมถุน (Gemini)

กลุ่มดาวคนคู่ (กลุ่มดาวราศีเมถุน หรือดาวโลง) เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในจักรราศี อยู่ระหว่างกลุ่มดาวปู่ทางทิศตะวันออกกับกลุ่ม ดาววัวทางทิศตะวันตก ทางเหนือคือกลุ่มดาวสารและกลุ่มดาวแมวป่า ส่วนทางใต้คือกลุ่มดาวยูนิคอร์นและกลุ่มดาวสุนัขเล็ก

39. กลุ่มดาวนกกระเรียน (Grus)

กลุ่มดาวนกกระเรียน เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ปรากฏในแผนที่ดาวยูราโนเมเทรีย (Uranometria) ของโยฮันน์ เบเยอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1603 แต่คนโบราณอาจรู้จักกันแล้วก่อนหน้านั้น

40. กลุ่มดาวเฮอร์คิวลิส (Hercules)

กลุ่มดาวเฮอร์คิวลิส (Hercules)

กลุ่มดาวเฮอร์คิวลิส เป็นกลุ่มดาวที่มีขนาดใหญ่เป็นลําดับ 5 ในกลุ่มดาว 88 กลุ่มที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล และยังเป็นกลุ่มดาวรุ่นแรกในจํานวนกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี

41. กลุ่มดาวนาฬิกา (Horologium)

กลุ่มดาวนาฬิกา เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ชื่อนี้ นิโคลา หลุยส์ เดอ ลากาย ตั้งให้เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 เดิมเรียก Horologium Oscilitorium เพื่อเป็นเกียรติแก่ คริสเตียน ไฮเกนส์ ผู้คิดค้นนาฬิกาลูกตุ้ม

42. กลุ่มดาวไฮดรา (Hydra)

กลุ่มดาวไฮดรา เป็นกลุ่มดาวใหญ่ที่สุดในกลุ่มดาว 88 กลุ่มที่สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลรับรอง และยังเป็นกลุ่มดาวรุ่นแรกในจํานวนกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมีด้วย

43. กลุ่มดาวไฮดรัส (Hydrus)

กลุ่มดาวไฮดรัส เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ปรากฏในแผนที่ดาวยูราโนเมเทรีย (Uranometria) ของ โยฮันน์ เบเยอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1603

44. กลุ่มดาวอินเดียนแดง (Indus)

กลุ่มดาวอินเดียนแดง เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ปรากฏในแผนที่ดาวยูราโนเมเทรีย (Uranometria) ของ โยฮันน์ เบเยอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1603 ดาวกลุ่มนี้มีดาวเอปไซลอนเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดดวงหนึ่ง

45. กลุ่มดาวกิ้งก่า (Lacerta)

กลุ่มดาวกิ้งก่า เป็นกลุ่มดาวอยู่ในซีกฟ้าด้านเหนือ ระหว่างกลุ่มดาวหงส์ กลุ่มดาวแคสซิโอเปียและกลุ่มดาวอันโดรเมดา ตั้งชื่อโดย โยแฮนเนส เฮเวลอส ในคริสต์ศตวรรษที่ 17

46. กลุ่มดาวสิงโต หรือกลุ่มดาวราศีสิงห์ (Leo)

 กลุ่มดาวสิงโต หรือกลุ่มดาวราศีสิงห์ (Leo)

กลุ่มดาวสิงโต (กลุ่มดาวราศีสิงห์) เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในจักรราศี อยู่ระหว่างกลุ่มดาวปทางทิศตะวันตกกับกลุ่มดาวหญิงสาวทางทิศตะวันออก

47. กลุ่มดาวสิงโตเล็ก (Leo Minor)

กลุ่มดาวสิงโตเล็ก เป็นกลุ่มดาวจางๆ อยู่ระหว่างกลุ่มดาวหมีใหญ่กับกลุ่มดาวสิงโต โยแฮนเนส เฮเวลีอุส เป็นผู้ตั้งชื่อในคริสต์ศตวรรษที่ 17

48. กลุ่มดาวกระต่ายป่า (Lepus)

กลุ่มดาวกระต่ายป่า เป็นกลุ่มดาวที่อยู่ทางใต้ของกลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มดาว 88 กลุ่มที่สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลรับรอง และยังเป็นกลุ่มดาวรุ่นแรกในจํานวนกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมีด้วย

49. กลุ่มดาวคันชั่ง หรือกลุ่มดาวราศีตุลย์ (Libra)

กลุ่มดาวคันชั่ง (กลุ่มดาวราศีตุลย์) เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในจักรราศี แต่เห็นไม่ค่อยชัดเนื่องจากไม่มีดาวฤกษ์สว่าง กลุ่มดาวนี้อยู่ระหว่างกลุ่มดาวหญิงสาวทางทิศตะวันตกกับกลุ่มดาวแมงป่องทางทิศตะวันออก ในอดีตเคยเป็นส่วนก้ามของแมงป่อง

50. กลุ่มดาวสุนัขป่า (Lupus)

กลุ่มดาวสุนัขป่า เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ หนึ่งในกลุ่มดาว 88 กลุ่มที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล และยังเป็นกลุ่มดาวรุ่นแรกในจํานวนกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี กลุ่มดาวนี้อยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนครึ่งม้ากับกลุ่มดาวแมงป่อง

51. กลุ่มดาวแมวป่า (Lynx)

กลุ่มดาวแมวป่า เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าเหนือ โยแฮนเนส เฮเวลีอุส เป็นผู้ตั้งชื่อในคริสต์ศตวรรษ ที่ 17

52. กลุ่มดาวพิณ (Lyra I)

กลุ่มดาวพิณ เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็ก แต่เห็นง่ายเพราะมีดาวฤกษ์สว่างเช่นดาวเวกา ซึ่งเป็นปลายด้านหนึ่งของสามเหลี่ยมฤดูร้อน

53. กลุ่มดาวภูเขา (Mensa)

กลุ่มดาวภูเขา เป็นกลุ่มดาวจางๆ ในซีกฟ้าด้านใต้ ชื่อนี้ นิโคลา หลุยส์ เดอ ลากาย ตั้งให้เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยจะให้หมายถึงภูเขาเทเบิลในแอฟริกาใต้

54. กลุ่มดาวกล้องจุลทรรศน์ (Microscopium)

กลุ่มดาวกล้องจุลทรรศน์ เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กในซีกฟ้าด้านใต้ ชื่อนี้ นิโคลา หลุยส์ เดอ ลากาย ตั้งให้ เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18

55. กลุ่มดาวยูนิคอร์น (Monoceros)

กลุ่มดาวยูนิคอร์น (Monoceros)

กลุ่มดาวยูนิคอร์น เป็นกลุ่มดาวจางๆ แต่จะเห็นเด่นชัดในคืนฤดูหนาว กลุ่มดาวกลุ่มนี้ล้อมรอบด้วยกลุ่มดาวนายพรานทางทิศตะวันตก มีกลุ่มดาวคนคู่อยู่ทางทิศเหนือ ทางทิศใต้เป็นกลุ่มดาวสุนัขใหญ่ ส่วนทางตะวันออกคือกลุ่มดาวงไฮดรา

56. กลุ่มดาวแมลงวัน (Musca)

กลุ่มดาวแมลงวัน เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กในซีกฟ้าด้านใต้

57. กลุ่มดาวไม้ฉาก (Norma)

กลุ่มดาวไม้ฉาก เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กในซีกฟ้าใต้ ใกล้กับกลุ่มดาวแมงป่อง

58. กลุ่มดาวออกแทนต์ (Octans)

กลุ่มดาวออกแทนต์ เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าด้านใต้ ชื่อนี้ นิโคลา หลุยส์ เดอ ลากาย ตั้งให้เมื่อกลาง คริสต์ศตวรรษที่ 18 ขั้วฟ้าใต้อยู่ในกลุ่มดาวนี้

59. กลุ่มดาวคนแบกงู (Ophiuchus)

กลุ่มดาวคนแบกงู (Ophiuchus)

กลุ่มดาวคนแบกงู เป็นกลุ่มดาวรุ่นแรกในจํานวนกลุ่มดาว 48 กลุ่มของทอเลมี ซึ่งเป็นกลุ่ม ที่ 13 ในจักรราศี (กลุ่มดาวที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่าน) ด้วยเนื่องจากรูปจําลองของกลุ่มดาวนี้คล้ายชายคนหนึ่งกําลังอุ้มงู (ทําให้กลุ่มดาวงแยกออกเป็นสองส่วนคือหัวกับหาง) ขาข้างหนึ่งของรูปจําลองคนแทรกอยู่กึ่งกลางระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องและกลุ่มดาวคนยิงธนู 

60. กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวไถ หรือกลุ่มดาวเต่า (Orion)

 กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวไถ หรือกลุ่มดาวเต่า (Orion)

กลุ่มดาวนายพราน (กลุ่มดาวไถ หรือกลุ่มดาวเต่า) เป็นกลุ่มดาวที่มีตําแหน่งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตรฟ้า ทําให้มองเห็นได้ทั่วโลก จึงเป็นดาวที่รู้จักกันดี ดาวสามดวงที่ประกอบกันเป็น “เข็มขัดของนายพราน” เป็นดาวที่มีความสว่างพอควร สังเกตเห็นได้ง่าย ดาวกลุ่มนี้คนไทยเรียกดาวไถ (เทียบแล้วดาวไถเป็นเข็มขัดของนายพราน) หรือดาวเต่า (เทียบกันแล้วดาวเต่าเป็นตัวนายพราน) จะมองเห็นชัดในฤดูหนาว เป็นดวงดาวสามดวงเรียงกัน ถือว่าเป็นกลุ่มดาวที่ดูได้ง่ายในฤดูนั้น กลุ่มดาวไถมีประโยชน์ในการค้นหาดาวอื่น (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet

Featured

88 กลุ่มดาวที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ตอนที่ 1

นอกเหนือจากดวงดาวที่เป็นดาวในระบบสุริยะและดาวจักรราศีที่อยู่ในสุริยะวิถีแล้ว ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่หาที่สุดไม่ได้เหนือหัวเรานี้ ยังมีดวงดาวอีกตั้งมากมายประดับพราวพร่างไปหมด เป็นทั้งดาวที่สถิตอยู่กับที่และโคจรตามวิถี ความสวยงามของมันเป็นที่มาให้คนเราได้สนใจศึกษาเรื่องดาราศาสตร์มาช้านาน และนํามาใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้ฤดูกาล เป็นประโยชน์ในการเดินทางมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว การศึกษาดาราศาสตร์ในยุคเริ่มนี้เองที่บรรพบุรุษปู่ย่าตายายคิดเครื่องช่วยจํา ผูกโยงจุดตําแหน่งดาวเข้ากับจินตนาการความเชื่อของตนตามแต่ใครจะเห็นอย่างไร  Continue reading “88 กลุ่มดาวที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ตอนที่ 1”

Featured

ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ผู้บุกเบิกทฤษฎีจิตวิทยาแผนใหม่ ตอนที่ 3

ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ผู้บุกเบิกทฤษฎีจิตวิทยาแผนใหม่ ตอนที่ 3

นอกจากทฤษฎีการพัฒนาความรู้สึกทางเพศที่ส่งผลต่อพฤติกรรมนี้แล้วยังมีทฤษฎีที่โดดเด่นของ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ อีกทฤษฎีหนึ่งก็คือทฤษฎีว่าด้วย สัญชาตญาณ (Instinct) ของมนุษย์ โดยเสนอเรื่องนี้ไว้ในหนังสือชื่อ “เหนือไปกว่าหลักความพึงพอใจ (Beyond the Pleasure Principle)” ที่พิมพ์ออกเผยแพร่ในปี ค.ศ. 1920 ฟรอยด์กล่าวในหนังสือเล่มนี้ว่ามนุษย์มีสัญชาตญาณหลักเป็นสัญชาตญาณสามัญที่ติดตัวมาแต่กําเนิด คือ สัญชาตญาณแห่งแรงปรารถนา หรือ สัญชาตญาณทางเพศ (Sexua Intinct) ที่เขาใช้คําจํากัดความว่า “เอรอส (Eros)” หรือ “ลิบิโด (Libido)” หมายถึงความรักและความต้องการทางเพศ (เอรอส เป็นนามเทพแห่งความรักของกรีก) Continue reading “ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ผู้บุกเบิกทฤษฎีจิตวิทยาแผนใหม่ ตอนที่ 3”

Featured

ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ผู้บุกเบิกทฤษฎีจิตวิทยาแผนใหม่ ตอนที่ 1

ซิกมุนด์ ฟรอยด์ บิดาแห่งจิตวิเคราะห์แผนใหม่ ตอนที่ 1

ที่มนุษย์ถูกจัดให้เป็นสัตว์ประเสริฐก็เพราะมีสมองที่สามารถจะคิด จะวิเคราะห์ และตอบสนองต่อสิ่งต่างๆได้มากกว่าสัตว์เดรัจฉานหลายเท่านัก มีกระบวนการกลั่นกรองทางความคิดที่ลึกล้ำกว่าการคิด การวิเคราะห์ในระดับตื้น หรือการตอบสนองด้วยสัญชาตญาณอย่างสัตว์เดรัจฉานทั่วไป ซึ่งมนุษย์ทราบในสิ่งเหล่านี้ดี แต่มนุษย์ก็มีความรู้ถึงที่มาในความประเสริฐของตนได้น้อยมาก นับแต่โบราณมามนุษย์ทราบแต่เพียงว่าพวกตนเกิดมาพร้อมกับสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว เพราะถูกสร้างให้เป็นเผ่าพันธุ์ที่ประเสริฐเพื่อให้คอยควบคุมเหล่าสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย Continue reading “ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ผู้บุกเบิกทฤษฎีจิตวิทยาแผนใหม่ ตอนที่ 1”

Featured

ภัยร้ายจากฝุ่นคอสมิกในอวกาศที่อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อโลก ตอนที่ 2

ภัยร้ายจากฝุ่นคอสมิกในอวกาศที่อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อโลก ตอนที่ 2

ปัญหาจากฝุ่นคอสมิกที่ส่งผลต่อโลกนั้นกําลังเป็นที่สนใจกันอย่างกว้างขวางมากขึ้นเรื่อยๆในแวดวงวิทยาศาสตร์โลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลที่มีฝุ่นคอสมิกจํานวนมากกลุ่มหนึ่งกําลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กาแล็กซีทางช้างเผือกของเรามากขึ้นเรื่อยๆจากองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency) ซึ่งได้ส่งยานสํารวจอวกาศยูลิสซิส (Ulysses) ขึ้นไปสังเกตดูปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในระบบสุริยจักรวาล จนสามารถจับความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้ โดยเรื่องนี้ต่อมาได้รับการยืนยันจากทางองค์การนาซาด้วยเช่นกันว่านาซาเองก็ได้เฝ้าสังเกตปรากฏการณ์นี้อยู่ด้วย โดยออกมาเปิดเผยสิ่งเดียวกันนี้ว่ามีฝุ่นคอสมิกจํานวนมากกลุ่มหนึ่งที่กําลังเคลื่อนตัวเข้ามา ซึ่งไม่ใช่เพียงเข้ามาใกล้กาแล็กซีทางช้างเผือกเท่านั้น แต่มันยังมีวิถีที่มุ่งตรงมายังระบบสุริยจักรวาลของเรามากขึ้นเรื่อยๆด้วย Continue reading “ภัยร้ายจากฝุ่นคอสมิกในอวกาศที่อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อโลก ตอนที่ 2”

Featured

ภัยร้ายจากฝุ่นคอสมิกในอวกาศที่อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อโลก ตอนที่ 1

Cosmic Dust

ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลที่เรามองเห็นอยู่เหนือหัวของเราทุกวันนั้น ที่จริงแล้วคือห้วงอวกาศอันมืดมิดไม่มีที่สิ้นสุดและเต็มไปด้วยดวงดาวหรือเทหวัตถุชนิดต่างๆที่มีอยู่จํานวนมากมายมหาศาลไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน และที่เห็นว่ามันมีความสว่างไสวไร้ดวงดาวช่วงเวลากลางวัน แต่กลับมืดมิดและเต็มไปด้วยดวงดาวในเวลากลางคืนนั้น เป็นเพราะการหมุนรอบตัวเองของโลกทําให้ด้านที่หันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์จึงเป็นเวลากลางวัน Continue reading “ภัยร้ายจากฝุ่นคอสมิกในอวกาศที่อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อโลก ตอนที่ 1”

Featured

ทฤษฎีหลุมดํา เทหวัตถุในห้วงอวกาศที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

นิยายวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายเรื่องจินตนาการถึงโลกอนาคตว่า เมื่อมนุษย์ในอนาคตได้ถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างถาวรแล้ว โลกที่เคยอาศัยกลับไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยและดํารงชีวิตได้อีกต่อไป ซึ่งสาเหตุนั้นอาจมีการจินตนาการแตกต่างกันไปต่างๆนานา ตั้งแต่สงครามที่มนุษย์ลุกขึ้นประหัตประหารกันเองจะด้วยอาวุธนิวเคลียร์หรืออาวุธเชื้อโรคก็ตาม ทําให้โลกเกิดความวิบัติเสียหายอย่างรุนแรงจนไม่อาจใช้เป็นที่อาศัยต่อไปได้อีก หรือไม่ก็เกิดจากความวิปริตแปรปรวนทางธรรมชาติที่ทําให้สภาวะแวดล้อมของโลกเสียหายลงไปอย่างรุนแรง หรือจะโดยปรากฏการณ์ธรรมชาติจากนอกโลกที่เราไม่อาจควบคุมได้จากรังสีคอสมิก จากอุกกาบาต หรือดาวหางพุ่ง ชนโลกก็ตาม Continue reading “ทฤษฎีหลุมดํา เทหวัตถุในห้วงอวกาศที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า”

Featured

ทฤษฎีอุกกาบาตพุ่งชนโลก สาเหตุการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์ (Dinosaurs) คือชื่อเรียกรวมๆของกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานที่เคยมีอยู่อย่างมากมายทั่วโลกเมื่อ 200 ล้านปีก่อน เป็นเผ่าพันธุ์ของสัตว์ที่มีจํานวนมากที่สุดและกระจายกันอยู่ทั่วโลกมากกว่าเป็นพันชนิด มีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่กว่าช้างในปัจจุบันหลายเท่าตัว และมีทั้งชนิดที่อาศัยอยู่ทั้งในน้ำ บนบก ครึ่งบกครึ่งน้ำ หรือบินไปในอากาศได้ โดยมีทั้งชนิดที่กินพืชและกินเนื้อคละเคล้ากันไป Continue reading “ทฤษฎีอุกกาบาตพุ่งชนโลก สาเหตุการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์”

Featured

อภิมหาพายุ อภิมหาภูเขาไฟระเบิด ปรากฎการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ตอนที่ 3

อภิมหาพายุ อภิมหาภูเขาไฟระเบิด ปรากฎการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ตอนที่ 3

การเกิดฤดูหนาวนิวเคลียร์ที่จะทําให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรงเป็นเวลานาน ความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรงเช่นนี้ได้ยากกว่าสิ่งมีชีวิตที่ต้องการปัจจัยในการดํารงชีพน้อยกว่า หรือซับซ้อนน้อยกว่า เช่นเผ่าพันธุ์ของไดโนเสาร์ที่มีชีวิตอยู่ได้อย่างยากลําบากมาเป็นเวลานานจึงค่อยๆล้มตายลงเรื่อยๆจนกระทั่งสูญพันธุ์ลง นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อกันว่าสาเหตุสําคัญที่ทําให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ลงไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากผลของปรากฏการณ์ใดก็ตาม เป็นเพราะอุกกาบาตพุ่งชนโลกจนเกิดมหาสึนามิขึ้น อภิมหาพายุ ไฮเปอร์เคน หรืออภิมหาภูเขาไฟระเบิด ซุปเปอร์วอลคาโนก็ตาม ทั้งหมดล้วนแต่นําไปสู่สภาวะวิกฤติทางสิ่งแวดล้อมที่จะทําให้การดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบนโลกทั้งหมดยากลําบากจนไปถึงจุดซึ่งดํารงอยู่ไม่ได้อีกต่อไป จึงค่อยๆล้มตายลงไปจนหมดได้ด้วยกันทั้งสิ้น Continue reading “อภิมหาพายุ อภิมหาภูเขาไฟระเบิด ปรากฎการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ตอนที่ 3”

Featured

อภิมหาพายุ อภิมหาภูเขาไฟระเบิด ปรากฎการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ตอนที่ 2

อภิมหาพายุ อภิมหาภูเขาไฟระเบิด ปรากฎการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ตอนที่ 2

ทีมวิจัยดังกล่าวได้ตั้งข้อสันนิษฐานซึ่งแตกต่างไปจากทฤษฎีต่างๆที่มีการเสนอกันขึ้นมาโดยใช้เรื่องของการเกิดพายุรุนแรงและมีสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนในขั้นเลวร้ายลงไปเรื่อยๆนี้นํามาเป็นโจทย์ เนื่องจากเชื่อว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆที่กําลังเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ปกติ อย่างที่เคยเป็น แต่เป็นสัญญาณเตือนอย่างเป็นระลอกๆเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ ซึ่งธรรมชาติมักจะส่งสัญญาณเตือนขึ้นมาให้ทราบก่อน ไม่ว่าการที่มีเมฆดําเต็มท้องฟ้าก่อนที่จะเกิดพายุฝน หรือมีควันลอยขึ้นมาจากปล่องภูเขาไฟก่อนที่มันจะระเบิด Continue reading “อภิมหาพายุ อภิมหาภูเขาไฟระเบิด ปรากฎการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ตอนที่ 2”

Featured

อภิมหาพายุ อภิมหาภูเขาไฟระเบิด ปรากฎการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ตอนที่ 1

อภิมหาพายุ อภิมหาภูเขาไฟระเบิด ปรากฎการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ตอนที่ 1

ปรากฏการณ์ธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งที่โดยปกติแล้วเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่อาจจะเกิดขึ้นอย่างอภิมหารุนแรงกว่าครั้งไหนๆชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นให้เห็นมาก่อนได้ หากวงจรตามธรรมชาติของมันถูกทําให้เกิดความปั่นป่วนแปรปรวนจนเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่วิปริตขึ้นดังเช่นสภาวะ “โลกร้อน (Global Warming)” ที่เรากําลังเผชิญอยู่นี้ หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ก็อาจทําให้เกิดสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนไปอย่างรุนแรงจนทําให้ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่เป็นไปตามวงจรธรรมชาติอย่างที่เคยเป็นเกิดขึ้นได้ เช่น ซุปเปอร์วอลคาโน (Supervolcano) หรือ อภิมหาภูเขาไฟระเบิด และไฮเปอร์เคน (Hypercane) หรืออภิมหาพายุ คํานี้มาจากการผสมระหว่างคําว่า เฮอร์ริเคน (Hurricane) หรือพายุหมุน กับคําว่า ไฮเปอร์ (Hyper) ที่มีความหมายว่าเกินขีดจํากัดเข้าด้วยกัน Continue reading “อภิมหาพายุ อภิมหาภูเขาไฟระเบิด ปรากฎการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ตอนที่ 1”

Featured

วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องร่วมกันแก้ไข ตอนที่ 3

วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องร่วมกันแก้ไข ตอนที่ 3

เมื่อวงจรใดวงจรหนึ่งเกิดความเสียหายหรือถูกทําลายลงไปก็จะส่งผลไปถึงวงจรอื่นๆให้เสียตามไปด้วยอย่างเป็นลูกโซ่

โดยปกติแล้วน้ำในมหาสมุทรทั้งหมดในทั่วทุกย่านจะมีวงจรในการไหลเวียนไปมาของ กระแสน้ำเย็นและกระแสน้ำอุ่นผลักดันกัน และเชื่อมติดต่อกันไปทั่วทุกย่านมหาสมุทรคล้ายระบบสายพานที่ใช้สําหรับลําเลียงสิ่งของในโรงงานอุตสาหกรรม จึงเรียกวงจรนี้ว่า “สายพานยักษ์ (Great Conveyor Belt)” ระบบนี้เกิดขึ้นจากกระแสน้ำเย็นและกระแสน้ำอุ่นที่ผลักดันกันเองจนเกิดการไหลเวียนไปมาจากบนลงล่าง จากล่างขึ้นบน จนทําให้เกิดระบบวงจรของกระแสน้ำที่ผลักดันกันเองและไหลวนเวียนไปทั่วทุกย่านมหาสมุทร Continue reading “วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องร่วมกันแก้ไข ตอนที่ 3”

Featured

วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องร่วมกันแก้ไข ตอนที่ 2

วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องร่วมกันแก้ไข ตอนที่ 2

ปัจจุบันมีการศึกษาเรื่องของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นโดยเกี่ยวเนื่องกับสภาวะโลกร้อน พบว่านับแต่สมัยโบราณเป็นเวลาหลายศตวรรษมาจนถึงก่อนหน้าศตวรรษที่ 19 นั้น ระดับน้ำทะเลยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนัก จนตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ระดับน้ำทะเลกลับเริ่มเพิ่มระดับขึ้นมาอย่างรวดเร็วขึ้น กระทั่งเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ระดับน้ำทะเลก็ยิ่งเพิ่มระดับสูงขึ้นอีกถึง 15-20 เซนติเมตร โดยเฉลี่ยแล้วเพิ่มสูงขึ้น 1.5-2.0 มิลลิเมตรต่อปี แต่พอเข้ามาถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา ระดับน้ำทะเลกลับยิ่งมีค่าเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นอีก คือสูงขึ้น 3.1 มิลลิเมตรต่อปี ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นนี้เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเช่นกันว่าเป็นผลมาจากการ ละลายของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกจากแผ่นน้ำแข็งตามธารน้ำแข็งกับหิมะบนยอดเขาต่างๆ Continue reading “วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องร่วมกันแก้ไข ตอนที่ 2”

Featured

วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องร่วมกันแก้ไข ตอนที่ 1

วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องร่วมกันแก้ไข ตอนที่ 1

จนถึงเวลานี้คงไม่ต้องปฏิเสธกันอีกแล้วว่าเรากําลังเผชิญกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่เข้าขั้นวิกฤติ และคงไม่ต้องมานั่งถกเถียงกันว่าเรากําลังอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “โลกร้อน (Global Warming)” โดยแท้จริงหรือไม่ จากสภาพภูมิอากาศของทุกภูมิภาคบนโลกใบนี้ที่ในแต่ละปีมีแต่จะร้อนขึ้นมาเรื่อยๆ และส่งผลกระทบเป็นลูกโซให้กับวงจรต่างๆจนแปรปรวนกันไปทั่ว ตั้งแต่สภาพอากาศแปรปรวนเข้าขั้นวิกฤติ ฤดูกาลต่างๆที่ไม่เป็นไปอย่างที่เคยเป็น บางแห่งมีฤดูหนาวที่ยาวนาน และบางแห่งก็มีฤดูร้อนที่ยาวนาน บางแห่งต้องเผชิญกับฤดูฝนที่ยาวนาน เกิดพายุลูกแล้วลูกเล่าเข้าถล่มอย่างชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในขณะที่บางแห่งของโลกก็กลับต้อง เผชิญกับความแห้งแล้งเป็นเวลายาวนานด้วยเช่นกัน Continue reading “วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องร่วมกันแก้ไข ตอนที่ 1”

Featured

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 5

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 5

โครงการ HAARP ตั้งอยู่ในทําเลที่ปลอดผู้คนอาศัยที่กาโคนา (Gokona) อลาสกา สหรัฐอเมริกา ตามข้อมูลที่โครงการ HAARP เปิดเผยออกมาเองนั้น มีหลักการคร่าวๆคือใช้วิธีการส่งสัญญาณคลื่นความถี่สูงจากเสาอากาศจํานวนมาก ยิ่งขึ้นไปยังบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ เพื่อเข้าไปทําการเปลี่ยนแปลงมวลของไอออนในชั้นบรรยากาศชั้นนั้นให้เกิดสนามพลัง ชนิดหนึ่งขึ้น และสนามพลังที่เกิดขึ้นนี้จะทําหน้าที่เข้าไปควบคุมกระแสลม ก้อนเมฆ และละอองน้ำในอากาศเพื่อสร้างสภาวะหนึ่งขึ้นมา ทําให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ต่างๆในลักษณะจําลองปรากฏการณ์ธรรมชาติหรือคล้ายกับวิธีการทําให้เกิดฝนเทียมนั่นเอง Continue reading “มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 5”

Featured

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 4

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 4

ในยุคสมัยปัจจุบันมนุษย์มีความเจริญทางเทคโนโลยีมากขึ้น มนุษย์มีความพยายามที่จะอาศัยความรู้และขีดความสามารถทางเทคโนโลยีก้าวกระโดดอย่างมากมายมาคิดและประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ต่างๆขึ้นเพื่อเอาชนะธรรมชาติซึ่งมนุษย์ก็สามารถเอาชนะธรรมชาติได้สําเร็จมาแล้วในหลายสิ่งหลายอย่าง สามารถเอาชนะกฎของธรรมชาติต่างๆจนดูคล้ายกับว่ามนุษย์ฉลาดไปกว่าธรรมชาติหรืออย่างไร Continue reading “มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 4”

Featured

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 3

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 3

ในสภาวะปกตินั้นโลกจะเกิดฤดูกาลต่างๆขึ้น 3-4 ฤดูกาล จากการโคจรรอบดวงอาทิตย์ที่ทําให้พื้นผิวโลกบริเวณต่างๆได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากันเสมอไปตลอดช่วงเวลา 1 ปี ซึ่งจากการที่พื้นที่ต่างๆได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ต่างกันเช่นนี้ จึงทําให้เกิดสภาพอากาศแตกต่างกันไปด้วยและเกิดเป็นฤดูกาลต่างๆขึ้น ซึ่งตามปกติโลกจะมีฤดูกาลต่างๆแบ่งออกได้เป็น 3 หรือ 4 ฤดูกาลตามแต่ละภูมิภาค โดยภูมิภาคที่อยู่ในซีกโลกเหนือด้านทิศตะวันตกและอยู่นอกเขตลมมรสุม หรือบริเวณทวีปทางตอนเหนือของโลกนั้น ส่วนใหญ่จะมีฤดูกาลแบ่งออกเป็น 4 ฤดูกาล ดังนี Continue reading “มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 3”

Featured

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 2

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 2

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าตอนที่โลกถือกําเนิดขึ้นตอนแรกๆเมื่อ 4,000 ล้านปีก่อนนั้น โลกเต็มไปด้วยน้ำและมหาสมุทร การเกิดขึ้นของน้ำบนโลกมีทฤษฎีที่แตกต่างกันไปมากมายเช่นกัน บ้างก็ว่าเกิดขึ้นจากการปลดปล่อยก๊าซของสสารที่อยู่ในชั้นใต้ผิวโลกขึ้นมาลอยอยู่เหนือพื้นผิวโลกก่อน เมื่อได้ รับอุณหภูมิที่พอเหมาะก็จึงแปรสภาพกลายเป็นน้ํา แต่บ้างก็ว่าเกิดขึ้นจากน้ำแข็งที่อยู่บนดาวหางบางดวงซึ่งเคยพุ่งชนโลกเมื่อพันล้านปีก่อน หรือบ้างก็ว่าเกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟจํานวนมากในช่วงที่โลกนี้ยังคงร้อนระอุอยู่ Continue reading “มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 2”

Featured

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 1

โลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่อย่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตด้วยกันเองและธรรมชาติอย่างแนบแน่นจนแยกไม่ออก วงจรชีวิตต่างๆที่ดําเนินไปในแบบพึ่งพาอาศัยกันไปมานี้เองที่ทําให้โลกเกิดความสมดุล และจะสามารถรักษาความสมดุลนี้เอาไว้ต่อไปได้เรื่อยๆหากไม่มีสิ่งใดมาทําให้วงจรความสัมพันธ์นี้ล้มเหลวหรือหยุดชะงักลงโลกก็จะคงอยู่ไปได้ตราบนานเท่านานด้วยวงจรชีวิตที่สมบูรณ์นี้เช่นกัน Continue reading “มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 1”

ตำนานความรักที่ทนทุกข์ทรมานของเทพเจ้าคิวปิดกับเจ้าหญิงไซคี

ตำนานความรักที่ทนทุกข์ทรมานของเทพเจ้าคิวปิดกับเจ้าหญิงไซคี

นอกจากเทพชั้นรองที่เป็นลูกๆของซูสแล้วยังมีที่สําคัญอีกกลุ่มหนึ่งด้วย ก็คือพวกของ คิวปิด (Cupid) กามเทพ ซึ่งเทวาชั้นรองกลุ่มนี้ก็มีความสําคัญไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่งั้นเราคงไม่ได้เห็นเทวดาเด็กมีปีกถือศรกันให้เกลื่อนตอนวันวาเลนไทน์กันอย่างแน่นอน Continue reading “ตำนานความรักที่ทนทุกข์ทรมานของเทพเจ้าคิวปิดกับเจ้าหญิงไซคี”

เหล่าเทพและเทพีชั้นรองต่างๆที่มีบทบาทอยู่ในตํานานกรีก

เหล่าเทพและเทพีชั้นรองต่างๆที่มีบทบาทอยู่ในตํานานกรีก

นอกเหนือจากเทพเจ้าที่มีชื่อเสียงที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ยังมีเทพชั้นรองๆอีกหลายองค์ที่มีบทบาทอยู่ในตํานานกรีกและมีคนเคารพบูชาในสมัยนั้นไม่น้อย บางองค์ก็ประกอบอยู่ในเรื่องต่างๆหลายเรื่อง เทพชั้นรองที่ว่ามีทั้งเทพและเทพีและส่วนใหญ่ก็เป็นลูกๆของจากซูส เช่น ลูก ๆของซูสกับเทพีธีมิส (Themis) เทพีแห่งความยุติธรรม ซึ่งมีอยู่สองพวกก็คือ Continue reading “เหล่าเทพและเทพีชั้นรองต่างๆที่มีบทบาทอยู่ในตํานานกรีก”