มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 5

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 5

โครงการ HAARP ตั้งอยู่ในทําเลที่ปลอดผู้คนอาศัยที่กาโคนา (Gokona) อลาสกา สหรัฐอเมริกา ตามข้อมูลที่โครงการ HAARP เปิดเผยออกมาเองนั้น มีหลักการคร่าวๆคือใช้วิธีการส่งสัญญาณคลื่นความถี่สูงจากเสาอากาศจํานวนมาก ยิ่งขึ้นไปยังบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ เพื่อเข้าไปทําการเปลี่ยนแปลงมวลของไอออนในชั้นบรรยากาศชั้นนั้นให้เกิดสนามพลัง ชนิดหนึ่งขึ้น และสนามพลังที่เกิดขึ้นนี้จะทําหน้าที่เข้าไปควบคุมกระแสลม ก้อนเมฆ และละอองน้ำในอากาศเพื่อสร้างสภาวะหนึ่งขึ้นมา ทําให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ต่างๆในลักษณะจําลองปรากฏการณ์ธรรมชาติหรือคล้ายกับวิธีการทําให้เกิดฝนเทียมนั่นเอง

โครงการ HAARP กับข้อสงสัยว่าด้วยเบื้องหลังสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างผิดปกติทั่วโลก

โครงการ HAARP กับข้อสงสัยว่าด้วยเบื้องหลังสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างผิดปกติทั่วโลก

แต่จากการติดตามศึกษาอย่างใกล้ชิดของ ดร. เบกิช และ แมนนิง นั้นทั้งสองไม่เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง พวกเขาชี้ชัดลงไปเลยว่าโครงการนี้ก็คือโครงการพัฒนาอาวุธประสิทธิภาพสูงของโลกยุคอนาคตนั่นเอง ดร. เบกิช ได้สรุปประเด็นเอาไว้ว่าโครงการ HAARP นี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นอาวุธหรือระบบป้องกันตนเองก็ได้ สิ่งนี้จะเป็นเครื่องมือที่มีขีดความสามารถอันหลากหลายทั้งการป้องกันตนเองจากการโจมตีของศัตรู หรือใช้เป็นอาวุธสําหรับทําลายล้างศัตรูได้ในเวลาเดียวกัน โดยระบบดังกล่าวนี้จะสามารถเปลี่ยนชั้นบรรยากาศให้เป็นสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความหนาแน่นสูง เพื่อจะใช้เป็นเกราะป้องกันจรวดทําลายที่มาจากฝ่ายตรงกันข้าม และยังใช้สําหรับทําลายระบบสื่อสารซึ่งครอบคลุมพื้นที่เป็นวงกว้างได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ดร. เบกิช และ แมนนิง ยังเชื่อด้วยว่าระบบที่เสาอากาศจํานวนมากที่โครงการ HAARP ในเมืองกาโคนา รัฐอลาสกา สหรัฐอเมริกา โครงการ HAARP ทําการวิจัยอยู่นี้ สามารถที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทางเคมีขึ้นบนชั้นบรรยากาศเพื่อจําลองปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ เช่น ทําให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองขึ้นในภูมิภาคที่เป็นเป้าหมายที่อาจ รุนแรงถึงระดับเป็นเฮอร์ริเคน หรือไต้ฝุ่นก็เป็นได้ สําหรับความสําเร็จตามเป้าประสงค์ดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นจริงแล้วหรือไม่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนนัก

แต่สิ่งนี้ได้ตกเป็นข้อสงสัยและถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในช่วงที่ผู้คนกําลังอยู่ในกระแสความตื่นตัวเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อน โดยมักเกิดข้อสงสัยกันว่าจะเป็นเพราะโครงการ HAARP นี้หรือไม่ที่เป็นตัวการสําคัญทําให้เกิดสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนขึ้นทั่วทั้งโลกอย่างผิดปกติ ระหว่างที่เหล่านักวิจัยทําการทดลองโครงการนี้อยู่ และสภาวะโลกร้อนที่โลกกําลังเผชิญอยู่ก็ อาจไม่ใช่เพียงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้นที่เป็นตัวการสําคัญทําให้เกิดสภาวะเรือนกระจกขึ้น แต่อาจเป็นเพราะการยิงคลื่นความถี่สูงขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศโลกเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างบางอย่างบนชั้นบรรยากาศไม่ให้เป็นไปตามกระบวนการทางธรรมชาติของมันเอง จึงทําให้สภาพภูมิอากาศโลกเกิดความแปรปรวนจนเกิดสภาวะเรือนกระจกขึ้นมา

แต่สิ่งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากก็คือ หากการวิจัยของโครงการ HAARP เป็นต้นเหตุ ของสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในขั้นรุนแรงจริง พวกเขาจะวิจัยกันไปเพื่ออะไร หากความคิดที่จะดัดแปลงกระบวนการทางธรรมชาติไม่ว่าจะเพื่อต้องการนําไปใช้ในการสร้างอาวุธและระบบป้องกันตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ทางระบบสื่อสาร หรือเพื่อเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศให้สมดุลก็ตาม แต่กลับได้ผลตอบสนองกลับมาในด้านลบเช่นนี้ แล้วจะดึงดันวิจัยกันต่อไปเพื่ออะไร สิ่งนี้ยังคงเป็นที่กังขาของคนทั่วไปอยู่

อันที่จริงแล้วความคิดในการสร้างสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อนํามาเปลี่ยนแปลงสภาพทางธรรมชาติอย่างเช่นที่โครงการ HAARP นํามาใช้นี้ไม่ใช่ความคิดใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นแต่อย่างใด ความคิดนี้เกิดขึ้นมาก่อนแล้วมากกว่า 1 ศตวรรษ มีผู้พยายามค้นคว้าเรื่องนี้มาแล้วหลายคน แต่ผู้ที่เข้าใกล้ความสําเร็จมากที่สุดนั้นกล่าวกันว่าเป็นนักประดิษฐ์ชื่อดังชาวอเมริกันเชื้อสายเซอร์เบียผู้หนึ่งชื่อ นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla)

โครงการ HAARP กับข้อสงสัยว่าด้วยเบื้องหลังสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างผิดปกติทั่วโลก

เทสลาได้เคยทดลองเรื่องนี้เมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยเชื่อกันว่าเขาทดลองจนเข้าใกล้ ความสําเร็จเข้าไปทุกทีแล้ว และอาจประสบความสําเร็จก็เป็นได้หากเขาไม่เสียชีวิตลงไปเสียก่อน ส่วนสิ่งที่ทําให้เชื่อกันเช่นนั้นก็เพราะเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในทุกวันนี้จํานวนมากนั้นก็อาศัยหลักการเรื่องของสนามพลังแม่เหล็กที่เทสลาค้นพบนั่นเอง

ตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนก็คือความคิดเรื่องการสื่อสารแบบไร้สายที่เขาคิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1893 แล้ว สิ่งที่เทสลาคิดในครั้งนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของโทรศัพท์มือถือที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทั้งที่ในตอนที่เขาเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ใครๆก็หาว่าเขาเพี้ยน นิโคลา เทสลา เชื่อว่าพลังงานมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้านั้นสามารถจะนํามาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆได้มากมาย เขาจึงได้ออกแบบอุปกรณ์ที่สามารถแปลงพลังงานไฟฟ้าให้เป็นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดมหึมาขึ้น แล้วนําความคิดนี้ไปเสนอให้กองทัพสหรัฐฯเพื่อสร้างยุทโธปกรณ์อันล้ําสมัยตั้งแต่เมื่อต้นศตวรรษของที่ 20

แต่เทสลายังทําไม่สําเร็จตามที่ตั้งใจไว้ก็เสียชีวิตลงไปเสียก่อน และแนวความคิดของโครงการ HAARP นั้นก็มีความละม้ายคล้ายคลึงกับสิ่งที่เทสลาทําการค้นคว้าค้างไว้เป็นอย่างมาก ตามที่ ดร. เบกิช กับ แมนนิ่ง กล่าวในหนังสือของเขานั้น ทั้งสองเชื่อว่าสนามพลังที่สร้างขึ้นนี้นอกจากจะนํามาใช้ประโยชน์ในด้านของการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศได้แล้ว ก็ยังสามารถดัดแปลงใช้เป็นอาวุธได้อีกด้วย

โดยลักษณะของอาวุธดังกล่าวนี้จะมีการสร้างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เข้มข้นขึ้นเพื่อไปก่อกวนชั้นบรรยากาศให้เกิดสภาพอากาศที่แปรปรวนขึ้นตามพื้นที่เป้าหมายได้อย่างฉับพลันทันที แล้วยังสามารถจะใช้ให้ไปรบกวนการสื่อสารในรัศมีวงกว้าง เพื่อทําให้ระบบการสื่อสารต่างๆรวมไปถึงระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ขนาดเมืองทั้งเมืองสามารถจะขัดข้องหรือหยุดนิ่งลงไปในทันทีได้เช่นกัน หรืออาจมีการดัดแปลงนําเอาสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้านี้ไปใช้ในการส่งคลื่นความถี่บางชนิดลงไปยังพื้นที่เป้าหมายเพื่อล้างสมอง โดยไม่มีใครในพื้นที่นั้นจะสามารถทราบได้เลยว่ากําลังถูกคลื่นความถี่นี้กรอกเข้าสู่โสตประสาททุกวันๆ จนผ่านไปนานวันเข้าพฤติกรรมของผู้คนในพื้นที่นั้นก็จะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปทางใดทางหนึ่งแบบรวมหมู่ วิธีนี้ก็คือการล้างสมองควบคุมจิตใจแบบรวมหมู่เพื่อให้ฝูงชนอยู่ในแถวในแนว หรือให้กระทําสิ่งใดๆตามที่ถูกกําหนดไว้

ไม่เพียงแค่ ดร. นิค เบกิช และ จีน แมนนิง จะเป็นผู้เปิดประเด็นข้อสงสัยต่อโครงการ HAARP ขึ้นมาเท่านั้น ยังมีนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศของโลกอีกมากมายที่ออกมาตั้งข้อสังเกตต่อโครงการ HAARP นี้คล้ายๆกัน และยังมีหนังสือเล่มอื่นๆอีกหลายเล่มรวมทั้งรายการโทรทัศน์ประเภทสารคดีอีกมากมายหลายรายการเช่นกันที่ได้เปิดประเด็นเดียวกันนี้ขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่พุ่งเป้าไปที่ข้อสงสัยต่อโครงการนี้ว่าไม่น่าที่จะเป็นอย่างที่เปิดเผยออกมาว่าเป็นโครงการพัฒนาการสื่อสาร แต่น่าจะเป็นโครงการวิจัยเพื่อผลทางการทหารมากกว่าด้านชีวิตความเป็นอยู่ ไม่เช่นนั้นคงจะไม่มีหน่วยงานด้านการทหารถึง 3 หน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน

ส่วนสิ่งที่สงสัยตรงกันอีกเรื่องคือความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลกที่เริ่มมีความแปรปรวนมากยิ่งขึ้นจนผิดสังเกตตลอดหลายทศวรรษนับตั้งแต่โครงการ HAARP เริ่มถือกําเนิดขึ้นนั้นเรื่องนี้ต่อมาก็ไม่ได้มีแต่เพียงเฉพาะวงการนักวิชาการหรือหน่วยงานเอกชนเท่านั้นที่ให้ ความสนใจ และตั้งข้อสงสัยต่อโครงการ HAARP ว่าอาจเป็นตัวการในการทําให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับสภาพภูมิอากาศโลกอย่างเช่นที่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันหรือไม่ แม้ในภาครัฐบาลของหลายๆประเทศก็ยังตั้งข้อสงสัยถึงเรื่องนี้ จนมีหลายๆประเทศเริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงโครงการนี้กันมากยิ่งขึ้น

มนุษย์ ตัวการร้ายผู้บ่อนทำลายสภาพแวดล้อมโลก ตอนที่ 5

ตัวอย่างที่ชัดเจนคืออดีตประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ (Hugo Chavez) แห่งเวเนซูเอลาที่ได้ออกมากล่าวประณามรัฐบาลสหรัฐฯว่าเป็นผู้จะต้องรับผิดชอบต่อกรณีการเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประวัติศาสตร์ของประเทศเฮติ เมื่อปี ค.ศ. 2010 โดยกล่าวหาสหรัฐฯอย่างเจาะจงลงไปเลยว่าใช้โครงการ HAARP ในการทดลองสร้างคลื่นแผ่นดินไหวจําลองขึ้นเพื่อสร้างอาวุธทางธรณีวิทยาทําให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่สําหรับถล่มเป้าหมายสําคัญของศัตรู และผลพวงจากการทดลองครั้งนั้นได้ส่งผลให้เฮติเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขึ้น หรือเฮติอาจเป็นหนูทดลองของโครงการนี้ก็เป็นได้

แต่ถึงจะถูกกล่าวหาโดยอดีตประธานาธิบดีเวเนซูเอลาเช่นนี้ สหรัฐอเมริกาก็ไม่ได้ออกมาแก้ข้อกล่าวหาตรงๆแต่อย่างใด เพียงแต่โต้ตอบแบบอ้อมๆว่าอดีตประธานาธิบดีเวเนซูเอลาผู้นี้เป็นผู้นําโรคจิตที่เป็นอริกับคนอเมริกันอยู่แล้ว ซึ่งสหรัฐฯมักจะใช้ถ้อยคําเช่นนี้สําหรับตอบโต้ผู้ที่ไม่กินเส้นกับตนเป็นประจําอยู่แล้ว จึงไม่ถือว่าสหรัฐอเมริกายอมรับหรือปฏิเสธต่อข้อกล่าวหาของอดีตประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ นี้แต่อย่างใด

แต่ผู้ที่ตอบโต้เรื่องนี้อย่างมีน้ำหนักที่สุดเห็นจะไม่พ้นมหาอํานาจคู่ขนานกับสหรัฐอเมริกาอย่างเช่น รัสเซีย โดยรัฐสภาของรัสเซียได้นําเรื่องโครงการ HAARP นี้ขึ้นไปถูกกันในรัฐสภาเมื่อปี ค.ศ. 2002 และมีการออกมาแถลงว่าโครงการ HAARP ของสหรัฐอเมริกานั้นไม่ต่างอะไรกับการทําให้อาวุธธรรมดาๆกลายไปเป็นอาวุธ นิวเคลียร์ทําลายล้างโลก และยังมีการเปิดเผยอีกด้วยว่าสหรัฐฯไม่ได้มีฐานทดลองระบบ HAARP เพียงแค่ที่อลาสกาเท่านั้น ยังมีฐานปฏิบัติการอีก 2 แห่ง คือที่กรีนแลนด์ และนอร์เวย์ โดยยังกล่าวด้วยว่าโครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการเพื่อประโยชน์ของสังคมโลกโดยรวมดังที่กล่าวอ้างมา แต่เป็นการบ่อนทําลายสังคมโลกให้ย่อยยับลงไปให้เร็วขึ้นมากกว่า

ซึ่งที่ประชุมสภาในครั้งนั้นยังได้ลงมติให้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ของรัสเซียยื่นเรื่องนี้ขึ้นไปประท้วงในเวทีสหประชาชาติขอให้สหรัฐอเมริกา ยุติโครงการนี้ลงเสียอีกด้วย แต่ถึงจะถูกต่อต้านอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทําให้สหรัฐอเมริกายุติโครงการลงไปได้ เนื่องจากสหรัฐฯเป็น 1 ใน 5 ชาติ ที่มีสิทธิ์วีโตหรือสิทธิ์ในการยับยั้งมติใดๆในสหประชาชาติได้ สหรัฐอเมริกาจึงวีโตและเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป โดยจะมีการพัฒนาไปจนถึงจุดไหนยังไม่มีใครทราบความจริงจนถึงทุกวันนี้

ในขณะที่สหรัฐอเมริกายังคงเดินหน้าโครงการ HAARP ของตนเองต่อไปเรื่อยๆอยู่นั้น ทางฝ่ายรัสเซียก็ไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย เนื่องจากเชื่อว่าอาวุธที่สหรัฐฯกําลังพัฒนาภายใต้ชื่อโครงการนี้ส่งผลต่อรัสเซียโดยตรง รัสเซียจึงเริ่มต้นโครงการพัฒนาอาวุธตอบโต้สหรัฐฯบ้าง เชื่อกันว่าโครงการดังกล่าวก็คือการย้อนเกร็ดโครงการ HAARP ของสหรัฐฯนั่นเอง คือการศึกษาและพัฒนาอาวุธทางสภาพภูมิอากาศและธรณีวิทยาภายใต้ชื่อโครงการว่า ซูรา (Sura) โดยมีฐานทดลองอยู่ที่เมืองเล็กๆแห่งหนึ่งริมแม่น้ำซูรา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของมอสโคว์ อันเป็นที่มาของชื่อโครงการ

และถ้าหากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการอาวุธทําลายล้างจริง การมีโครงการคู่ขนานกันขึ้นมาเช่นนี้ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมสภาวะของโลกที่กําลังย่ำแย่หนักอยู่แล้วให้ย่ำแย่ยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณอีกหรือไม่ ทั้งสองชาติมหาอํานาจต่างมีเป้าหมายในการแสวงหาอํานาจเหนือกันโดยไม่ได้ใส่ใจต่อผลเสียที่จะติดตามมาเลยหรืออย่างไร และถ้าหากโครงการทั้งสองนี้ประสบผลสําเร็จมันจะกลายเป็นอาวุธมหาประลัยที่สามารถทําลายล้างโลกให้ย่อยยับลงในเร็ววันยิ่งกว่าภัยนิวเคลียร์ที่กําลังหวาดวิตกกันอยู่เป็นไหนๆ

และจะด้วยการเล่นการเมืองระดับโลกตอบโต้กันไปมาเช่นนี้หรือไม่จึงทําให้ในปีต่อมาคือปี ค.ศ. 2014 สหรัฐฯจึงได้ประกาศล้มเลิกโครงการ HAARP ลง แต่เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นในปี ค.ศ. 2015 ก็กลับมีการประกาศรื้อฟื้นโครงการนี้ขึ้นมาใหม่ โดยที่ไม่มีรายชื่อของหน่วยงานทางทหารทั้ง 3 หน่วยงานในการร่วมกันเดินหน้าสานโครงการนี้ดังเช่นเริ่มแรกแต่อย่างใด เหลือเพียงหน่วยงานเดียวคือมหาวิทยาลัย อลาสกา แฟร์แบงค์ เท่านั้นที่ยังเป็นผู้ดําเนินการแต่เพียงลําพัง แต่ถ้าหากไปถามความคิดเห็นนักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศแล้ว

วิธีการนี้เป็นวิธีคุ้นๆที่มักจะใช้กันในการเล่นการเมืองแบบหลบหมัดก็คือการใช้นอมินีหรือตัวแทนออกหน้า แต่ผู้ชกตัว จริงนั้นหลบอยู่ด้านหลังนั่นเอง ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนี้จริงการประกาศยกเลิกโครงการ HAARP ก็เป็นเพียงละครหน้าม่านเท่านั้น ส่วนหลังม่านนั้นก็ยังคงดําเนินการกันต่อไปตามเดิมอยู่นั่นเอง

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet