Star Myths ตํานานดาวกับเรื่องราวของเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 1

Star Myths ตํานานดาวกับเรื่องราวของเทพเจ้ากรีก ตอนที่ 1

บทความนี้จะเป็นตํานานเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวที่น่าสนใจ แต่ในตํานานไม่ได้มีครบทั้ง 88 กลุ่ม  จึงเลือกมาได้เฉพาะที่ยาวพอและน่าสนุก ที่เหลือเป็นตํานานสั้นถึงสั้นมากจึงละเว้นไว้ ตามไปดูกันเลยดีกว่า

กลุ่มดาวกา (Corvus)

กลุ่มดาวกา Corvus

ตํานานของกลุ่มดาวนี้ดูจะเล่าไว้หลายอย่าง สํานวนหนึ่งว่าไว้ว่า มีคราวหนึ่งอพอลโลจะทําพิธีบวงสรวงซูสจึงส่งกาไปเอาน้ำบริสุทธิ์มาให้ ปรากฏว่ากาแวะออกนอกทางไปพักกินลูกมะเดื่อ แต่ลูกมะเดื่อยังดิบเกินไป แทนที่จะบินไปทํางาน ก่อนกลับเกาะกิ่งไม้รอมะเดื่อสุก เวลาผ่านไปเนิ่นนานมากกว่ามันจะรู้สึกตัวแล้วบินกลับมาหานาย แต่ที่จะบินกลับมาหาเฉยๆก็กลัวความผิด จึงไปเที่ยวหาฆ่างูน้ำมาหนึ่งตัวแล้วคาบมา อ้างว่าที่ช้าเพราะโดนงูน้ำเล่นงาน อพอลโลรู้แกวว่ากาโกหกก็โกรธ พระองค์สาปให้กาที่เคยมีขนขาวกลายเป็นกาขนดํา แถมสาปต่อด้วยว่าให้พวก มันเจ็บคอเมื่อใดก็ตามที่กินลูกมะเดื่อสุก แล้วพระองค์ก็เอารูปกาขึ้นไปไว้บนฟ้า เพื่อเตือนไม่ให้มีผู้ใดบังอาจโกหกพระองค์อีก

อีกสํานวนหนึ่ง อพอลโลสาปกาในคราวที่สั่งให้มันไปเฝ้านางโคโรนิส แล้วมันคาบข่าวมาบอกอพอลโลเรื่องนางโคโรนิสคิดไม่ซื่อ อพอลโลโกรธมากเลยสาปกาในฐานะพูดมากให้ขนกลายเป็นสีดํา

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่กลุ่มดาวกาสืบเนื่องมาจากเรื่องของอพอลโลสาปกาในภารกิจเฝ้าหญิงสาว เลยทําให้มีการขนานนามดาวในกลุ่มดาวกานี้ไว้อีกดวงหนึ่งซึ่งดูจะเกี่ยวข้องในเรื่องเดียวกัน ดาวดวงนั้นคือดาวโคโรนิส มาจากชื่อนางโคโรนิส สนมของอพอลโลที่ไปแต่งงานกับชายอื่นจนทําให้อพอลโลบันดาลโทสะสังหารนางจนสิ้นชีวิต

กลุ่มดาวคนแบกงู (Ophiuchus)

กลุ่มดาวคนแบกงู Ophiuchus

กลุ่มดาวนี้อยู่ระหว่างกลุ่มดาวนกอินทรี-อควีลา Aquila กลุ่มดาวงู-เซอร์เพนส์ Serpens และกลุ่มดาวเฮอร์คิวลิส Hercules ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของศูนย์กลางกาแล็คซีทางช้างเผือก กลุ่มดาวคนแบกงูออฟิอูคัสถูกนับให้เป็นราศีที่ 13 ใน กลุ่มดาวจักรราศี (แต่ทางโหราศาสตร์ไม่นับกลุ่มดาวกลุ่มนี้)

กลุ่มดาวคนแบกงูนี้เชื่อว่าเป็นตัวแทนของเอสคลีเพียส เทพแห่งการแพทย์ เก่งเสียจนรักษาคนเฉียดตายให้ฟื้นได้ ชนิดที่เทพเฮดีสต้องร้องเรียนซูส และซูสก็จําต้องฆ่าเพื่อไม่ให้มนุษย์เป็นอมตะ แต่ซูสนําเขาขึ้นประดับเป็นกลุ่มดาวเพื่อตอบแทนความดีงาม โดยถือไว้ด้วยกลุ่มดาวคนแบกงูออฟิอูคัสอยู่ใกล้กับจักรราศีคนยิงธนู-ไครอน โดยเหตุผลอาจเป็นเพราะไครอนเป็นพระอาจารย์ของเขาก็เป็นได้

กลุ่มดาวคนครึ่งม้า (Centaurus)

กลุ่มดาวคนครึ่งม้า Centaurus

ที่มาของตํานานนี้เล่าว่าเจ้าของดวงดาวเป็นถึงเซนทอร์ไครอนที่เดียว ส่วนตํานานของราศีธนูเป็นของเซนทอร์ที่ชื่อว่าโครตัส (Crotus) เรื่องมีว่าโครตัสซึ่งเป็นเซนทอร์ ลูกของแพนอาศัยอยู่บนเขาเฮลิคอน และเป็นเพื่อนกับประดามิวส์ เขาเป็นคนคิดการปรบมือ ซึ่งเป็นสัญญาณแสดงความชื่นชมพอใจ พวกมิวส์ก็เลยขอให้ซูสเอาเขาขึ้นไปประดับฟ้าเป็นหมู่ดาว

ตํานานนี้ดูมันเป็นเรื่องสั้นๆจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเจ้าราศีธนูซึ่งเป็นผู้ทรงปัญญา (ใครเกิดในราศีธนู เขาว่าเป็นคนฉลาดมากเหมือนเจ้าราศี) ตํานานของราศีธนูน่าจะเป็นตํานานของไครอนมากกว่าของโครตัส แต่ถ้าเมื่อไหร่ท่านผู้อ่านไปเจอว่าเรื่องของโครตัสต่างหากที่เป็นจ้าวราศีธนูก็เพียงสลับที่ตํานานกันเท่านั้น

กลุ่มดาวถ้วย (Crater)

กลุ่มดาวถ้วย Crater

ที่มาของเรื่องตํานานกลุ่มดาวถ้วยตํานานหนึ่งเล่าไว้เกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวกา โดยกลุ่มดาวถ้วยก็คือถ้วยของอพอลโลที่ส่งให้กาไปเอาน้ำนั่นเอง กระนั้นยังมีตํานานอีกเรื่องหนึ่งซึ่งยาวกว่า จับเอาท้องเรื่องเมื่อพลเมืองเอลิวซิส (Eleusis) ถูกโรคระบาดเล่นงาน ชาวเมืองไปขอคําพยากรณ์จากเทพอพอลโลเพื่อลดโรคระบาด จึงรู้ว่าต้องนําหญิงสาวชนชั้นสูงประหารบูชายัญทุกปีปีละคนด้วยวิธีจับสลาก ราชาเดมอนฟอน(Demonphon) พยายามหลีกเลี่ยง และไม่เคยยอมให้พระธิดาของพระองค์จับสลากตลอดมา

กระทั่งเชื้อพระวงศ์คนหนึ่งคือ แมสตูเซียส (Mastusius) ไม่ยอม คัดค้านว่าถึงเป็นพระธิดาของพระราชาก็ต้องอยู่ในลําดับเหมือนเชื้อพระวงศ์อื่นๆ เดมอนฟอนโกรธมากจึงตอบโต้ด้วยการบูชายัญลูกสาวของแมสตูเซียสอย่างไม่รอช้า ฝ่ายหลังแค้นใจแทบกระอักแต่ไม่แสดงออก กลับเชิญพระราชามาเสวยพระกระยาหาร และแล้วแมสตูเซียสยกแก้วไวน์มาเสิร์ฟ เป็นไวน์พิเศษผสมเลือดของพระธิดาพระราชาที่เขามาลวงฆ่าด้วยมือตัวเองก่อนหน้านั้น ต่อมาเมื่อพบพระศพเจ้าหญิงแมสตูเซียสถูกประหารและโยนศพลงในทะเล ถ้วยที่เสิร์ฟไวน์เลือดใบนั้นถูกนําไปประดับในท้องฟ้าเพื่อเตือนให้ระลึกว่า การทําชั่วต้องได้รับการตอบแทน

ทางช้างเผือก-ดาราจักร (Milky Way)

ทางช้างเผือก-ดาราจักร Milky Way

ย้อนไปเมื่อคราวโครนัสจําต้องกลืนลูก ๆเพื่อกันไม่ให้คําทํานายเกิดขึ้นจริง ครั้นถึงคราวซูส พระนางรีอากําลังจะเอาก้อนหินให้พระองค์กลืนแทน โครนัส ออกปากให้รีอานําทารกปลอมซึ่งเป็นหินห่อผ้า ดูดนมเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเขาจะกลืนลูก พวกไทแทนกลัวจะถูกจับได้ก็รีบเข้าแทรกผลักรีอา ทําเอาหินปลอมนั้นอัดอกเทพมารดา น้ำนมของนางเลยพุ่งกระฉูดกลายเป็นทางช้างเผือก

แต่มีอีกตํานานหนึ่งเหมือนกันที่ฟังดูเข้าท่ากว่านั่นคือเล่าว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เทพบดีซูสนําเฮอร์คิวลิสน้อยที่กําลังหิวนมเต็มที่มาดูดนมเฮราที่กําลังหลับ เจ้าทารกจอมพลังคงดูดนมแรงไปหน่อยทําให้นางตื่น เฮรารู้ว่าอะไรเกิดขึ้นก็ผลักเด็กน้อยออกจากอกเต็มแรงด้วยความรังเกียจ นมของนางเฮราที่หลุดจากปากเฮอร์คิวลิสเลยพุ่งกระจายกลายเป็นทางช้างเผือกนั่นเอง

กลุ่มดาวแท่นบูชา (Ara)

กลุ่มดาวแท่นบูชา (Ara)

ตํานานกลุ่มดาวนี้ก็ย้อนกลับไปพอๆกับตํานานทางช้างเผือก มาจากเมื่อคราวมีคําทํานายว่าโครนัสจะต้องตายด้วยน้ำมือลูกของตน ทําให้พระองค์กลืนลูกทั้งหมดเพื่อตัดปัญหา กระทั่งมาถึงคราวซูส ตามท้องเรื่องว่าพระชายารีอาและท่านย่าไกอาปกป้องเทพน้อยซูสด้วยการส่งหินห่อผ้าให้โครนัสกลืนแทน ซูสแอบโตขึ้นมาแล้วมาทวงบัลลังก์ด้วยการทําให้พระบิดาอาเจียนพี่ ๆ ออกมาจนหมด หลังจากนั้นก็ช่วยกันทําสงครามกับโครนัส ระหว่างสงครามนั่นเอง พระองค์ปล่อยผู้ที่ถูกโครนัสขัง พวกนี้ได้กลายมาเป็นพันธมิตรของซูส โดยเฉพาะไซคลอปส์ซึ่งเชี่ยวชาญงานโลหะ

พวกไซคลอปส์สร้างแท่นบูชาขึ้นที่หนึ่งเพื่อเผาเครื่องพลี ควันเผากลายเป็นกลุ่มควันขนาดใหญ่บดบังซูสและพี่ๆตอนที่เข้าโจมตีโครนัสและพวกไทแทน ด้วยความประทับใจ ซูสจึงนําแท่นบูชาขึ้นวางบนท้องฟ้าใต้ทางช้างเผือกซึ่งก็จะดูเหมือนควันที่ลอยขึ้นจากแท่นบูชานั่นเอง

กลุ่มดาวนกอินทรี (Aquila)

กลุ่มดาวนกอินทรี (Aquila)

กลุ่มดาวนี้หมายถึง The Aetos Dios อินทรีแห่งซูส เป็นนกอินทรีทองยักษ์ รับใช้ส่งสารส่วนพระองค์ของซูส

ในตํานานบางสํานวนเล่าว่ามีกษัตริย์คนหนึ่งชื่อ เพอริฟาส (Periphas) เป็นผู้ปกครองที่มีคุณธรรมจนเป็นที่ยกย่องราวกับเทพบดีซูสเลยทีเดียว แต่การได้รับยกย่องทัดเทียมเทพ ทําให้ซูสโกรธเกรี้ยวเป็นหนักหนา ด้วยความหมั่นไส้ ซูสจึงส่งสายฟ้าลงมากะจะประหารให้สิ้น แต่ปรากฏว่าอพอลโลเข้าแทรกแซง แล้วเปลี่ยนกษัตริย์ผู้แสนดีให้กลายเป็นนกอินทรี ส่งไปรับใช้ซูสอยู่ที่ข้างบัลลังก์เสียเลย ส่วนอีกตํานานหนึ่งเล่าว่า นกอินทรีปรากฏตัวต่อหน้าซูสเป็นครั้งแรกในสงครามเทพไทแทน ซึ่งพระองค์ถือว่าเป็นลางดี พระองค์ก็เลยนําไปรับใช้ข้างกายเช่นกัน

ยังมีเรื่องเกี่ยวกับนกอินทรีอีกเรื่อง ก็ตอนที่ซูสส่งมันไปนําตัวแกนิมีดขึ้นสวรรค์ มาเป็นคนเชิญน้ำอมฤตแด่เหล่าเทพ (บางสํานวนก็ว่าซูสแปลงเป็นนกอินทรีเอง) ต่อมาเทพใหญ่จึงนําไปวางไว้บนท้องฟ้าเป็นกลุ่มดาวนกอินทรี

กลุ่มดาวนายพราน (Orion)

กลุ่มดาวนายพราน (Orion)

ในบรรดาดาวที่ว่าสว่างสุกใสและเป็นที่สนใจของมนุษยชาติ ก็เห็นจะมี กลุ่มดาวนายพรานโอไรออน (Orion) นี่เองที่เป็นหนึ่งในนั้น ดาวนี้คนไทยเรียกกันว่า ดาวไถ (บางที่ก็เรียกดาวเต่า) แต่ตํานานข้างกรีกเล่าเรื่องที่มาของกลุ่มดาวไว้สนุกทีเดียว มันเป็นเรื่องของโอไรออน โอไรออนเป็นพรานล่าผู้เก่งฉกาจ มีรูปกายงดงามใหญ่โต เขามีตํานานกําเนิดหลายกระแสพอๆกับตํานานการตาย ดังเช่นเรื่องหนึ่งที่จะเล่าต่อไปนี้

เรื่องนี้เริ่มที่ว่า โอไรออนหลงรักสาวงามคนหนึ่งที่มีชื่อว่าแอโร (Aero) เธอเป็นราชธิดาของกษัตริย์อีโนเปียน (Oenopion) ความโชคร้ายอยู่ตรงตรงที่ราชาผู้เป็นว่าที่พ่อตาไม่ชอบขี้หน้าโอไรออนเอาเสียเลย ยิ่งโอไรออนรุกอยากจะแต่งงานกับแอโรมากเท่าใด อีโนเปียนก็ยิ่งชังหน้า อยากหาทางกําจัดพรานหนุ่มไปให้พ้นๆ แต่เมื่อยังทําอะไรไม่ได้ ราชาก็เลยได้แต่ประวิงเวลา เขาขอให้โอไรออนไปล่าสัตว์ป่าล้างเกาะแห่งหนึ่งให้เหี้ยนเสียก่อน ถึงจะยอมให้แต่งงานกับลูกสาวได้

สํานวนที่ว่า “ความรักทําให้คนตาบอด” ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่ครั้งนี้หรือเปล่า แต่โอไรออนก็ยอม เขาจัดการล่าสัตว์ในเกาะแห่งที่อีโนเปียนชี้บอกจนไม่มีอะไรเหลือ โอไรออนได้จัดการถลกหนังสัตว์ต่างๆไปกองแทบเท้าว่าที่พ่อตาเป็นของขวัญ เรียกได้ว่าเอาใจกันสุดฤทธิ์เชียวล่ะ

ราชาอีโนเปียนทําอะไรไม่ได้อีกต่อไปก็ต้องยอมตกลง แต่เขาก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมหาทางเลื่อนเวลาแต่งงานออกไปเรื่อยๆอีกจนโอไรออนชักจะไม่ค่อยพอใจ วันหนึ่งปรากฏว่าเขาเมาด้วยสาเหตุใดไม่ทราบ จนเกิดมีปากมีเสียงกับแอโรและพลั้งปากดูถูกไปหลายคํา ว่าที่พ่อตาคงมาได้ยินเข้า จึงโมโหโกรธาไปขอร้องให้ไดโอไนซัสเทพเจ้าแห่งเมรัยช่วยกันลงโทษ ไดโอไนซัสก็บันดาลความเมาชนิดไม่ได้สติให้โอไรออน จากนั้นอีในเปียนก็จัดการเอายาพิษมาหยอดลูกตาพราน หนุ่มจนบอดสนิท

กลุ่มดาวนายพราน (Orion)

โอไรออนเจ็บปวดหนัก ความรักก็ไม่สําเร็จ ซ้ำยังตาบอด เขาดิ้นรนไปหาคําพยากรณ์ และนางพยากรณ์ก็ว่าเขาจะสามารถมองเห็นได้อีกหากเดินทางไปทางทิศตะวันออก ให้แดดอุ่นแสงแรกที่สุดของวันส่องต้องดวงตาอีกครั้ง พรานหนุ่มก็ทําตาม เขาเดินทางไปไกลถึงเลมนอส (Lemnos) ซึ่งเมื่อได้รับแสงแรก ดวงตาก็สามารถมองเห็นได้อีกจริงๆ ไม่ต้องสงสัย สิ่งแรกที่โอไรออนทําคือการตามล่าล้างแค้นอีโนเบียน แต่แค่ได้ข่าวว่าโอไรออนกําลังตามล่าหลังจากดวงตาหายสนิทก็หนีไปซ่อนตัวจนนายพรานหนุ่มตามหาไม่เจอ

โอไรออนทําอะไรอีกไม่ได้ เลยกลับไปร่วมขบวนล่าของเทพีอาร์เทมิสที่ครีตซึ่งในตอนจบ เทพีอาร์เทมิสนางนี้เองที่มอบความตายให้แก่โอไรออน

กลุ่มดาวนายพราน (Orion)

ความตายของโอไรออนมีตํานานกล่าวไว้สองอย่าง อย่างหนึ่งกล่าวว่า ด้วยความเป็นหนุ่มรูปงามของโอไรออน ทําให้เทวีแห่งอรุณรุ่งนามว่าออโรร่า (Aurora) หลงรักตั้งแต่ครั้งที่พรานหนุ่มไปรักษาตาให้หายด้วยการใช้แสงของนางอาบดวงตา เมื่อโอไรออนเสร็จสิ้นภารกิจแก้แค้นอีในเปียน นางก็ตามมาหาด้วยความรัก ขณะที่นายพรานได้มอบตัวเข้ารวมอยู่ในขบวนล่าของเทพีอาร์เทมิสไปแล้ว และเทพีองค์หลังก็เริ่มมีจิตปฏิพัทธ์ชายหนุ่มแล้วเสียด้วย พอโอไรออนทําท่าจะโอนอ่อนตามแรงพิศวาสของเทพออโรร่า เทพีอาร์เทมิสก็เลยยิงเขาด้วยพิษรักแรงหึงเสียเลย แต่ครั้นเมื่อลมหึงคลายลง และนางสํานึกว่าตัวเองได้ทําอะไรผิดไปเสียปแล้ว อาร์เทมิสจึงนําเขาขึ้นไปไว้บนฟ้า กลายมาเป็นดาวโอไรออนนั่นเอง

เรื่องความตายของโอไรออนยังมีอีกตํานานหนึ่งเล่าว่า ครั้งเมื่อเขากลายเป็นหนึ่งของขบวนเทพีอาร์เทมิสแล้ว วันหนึ่งเกิดทําให้อพอลโลโกรธมาก จะด้วยความปากพล่อยหรือไม่ ตํานานไม่ได้ว่าไว้ แต่ผลก็คือมันทําให้อพอลโลคิดกําจัดโอไรออน พระองค์ส่งแมงป่องไปจัดการแต่แมงป่องทําอะไรไม่ได้ อพอลโลจึงเปลี่ยนมาใช้เทพีอาร์เทมิส เธอหลอกให้โอไรออนออกว่ายน้ำไปไกล จนมองเป็นจุดดําๆอยู่กลางทะเลแล้วก็กลับมาหลอกพี่สาวให้แข่งกันยิงศร เทพีอาร์เทมิสยิงก่อน ซึ่งแน่นอนว่านางยิงได้แม่นราวกับจับวาง ศรของนางพุ่งเข้าเจาะร่างโอไรออนซึ่งก็ตายทันทีด้วยศรนั้นเอง ภายหลังเมื่อเธอรู้ความจริงก็เสียใจมาก เลยนําเขาขึ้นไปไว้บนฟ้าเป็นดาวโอไรออน เป็นอันจบตํานาน (บางตํานานว่าเธอไปขอให้เอสคลีเพียงชุบชีวิตเขาขึ้นมาใหม่ พอดีกับเฮดีสบ่นว่าเรื่องหมอใหญ่ช่วยให้คนตายฟื้นให้ซูสฟัง ซูสก็เลยส่งสายฟ้ามาจัดการกับเอสคลีเพียสและโอไรออนเป็นอันจบตํานานอีกเหมือนกัน)

นอกจากเรื่องตํานานกลุ่มดาวนายพรานแล้ว คนโบราณยังชวนดูดาวด้วยการผูกเรื่องกลุ่มดาวใกล้เคียงให้เกี่ยวพันกันได้เป็นตุเป็นตะ โดยแถวพื้นที่ของกลุ่มดาวโอไรออน เราอาจเห็นนายพรานกําลังออกล่ากระต่ายป่า (กลุ่มดาวกระต่ายป่า) มีสุนัขใหญ่ (กลุ่มดาวสุนัขใหญ่) และสุนัขเล็ก (กลุ่มดาวสุนัขเล็ก) อยู่เคียงข้าง แต่ดันไปเจอเข้ากับกระทิงดุกลางทาง (กลุ่มดาวทอรัส) อยู่บนฟากฟ้าก็เป็นได้ (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet