ตำนานความรักที่ทนทุกข์ทรมานของเทพเจ้าคิวปิดกับเจ้าหญิงไซคี

ตำนานความรักที่ทนทุกข์ทรมานของเทพเจ้าคิวปิดกับเจ้าหญิงไซคี

นอกจากเทพชั้นรองที่เป็นลูกๆของซูสแล้วยังมีที่สําคัญอีกกลุ่มหนึ่งด้วย ก็คือพวกของ คิวปิด (Cupid) กามเทพ ซึ่งเทวาชั้นรองกลุ่มนี้ก็มีความสําคัญไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่งั้นเราคงไม่ได้เห็นเทวดาเด็กมีปีกถือศรกันให้เกลื่อนตอนวันวาเลนไทน์กันอย่างแน่นอน

คิวปิดเป็นเทพที่ได้รับความนิยมจนส่งทอดต่อๆกันมาถึงวันนี้ ต่างจากเทพองค์อื่นๆที่ถูกลืมเลือน บางตํานานของกรีกกล่าวว่าเขาเป็นเด็กซุกซนที่คงความเป็นเด็กอยู่ตลอดไป บางตํานานก็ว่า เขาเป็นหนุ่มมีปีกและถือศรแห่งความรักเช่นเดียวกัน ตํานานส่วนใหญ่ว่าคิวปิดเป็นลูกของวีนัส (วีนัสเป็นเทพแห่งความงาม ซึ่งก็เกี่ยวพันกับความรักอยู่แล้ว) มีหน้าที่ยิงศรใส่คู่รักไม่ว่าจะเป็นเทพหรือมนุษย์ ซูสหรือโพไซดอนก็เคยโดนพิษศรของกามเทพมาแล้วทั้งนั้น และก็ทําให้เกิดเรื่องเกิดราวมากมายเสียด้วย

อย่างไรก็ตาม ในตํานานกรีกยังได้กล่าวถึงความรักของเทพอีรอสหรือคิวปิดองค์นี้ไว้ด้วย เป็นเรื่องความรักที่ทนทุกข์ทรมาน สุขเศร้าเคล้าน้ำตาทีเดียว เนื่องจากศรรักของคิวปิดนั้นไม่มีใครอาจหาญต่อต้านได้แม้แต่ตัวของเขาเอง

เทพคิวปิด (Cupid)

เทพคิวปิด (Cupid)

เทพคิวปิด กามเทพเทพแห่งความรัก

ชื่อกรีก : เทพอีรอส (Eros)
ชื่อโรมัน : เทพคิวปิด (Cupid)

อีรอสนั้นในบางตํานานเล่าไว้ว่าเป็นเทพรุ่นแรกสุดของโลกตั้งแต่ครั้งสร้างโลก แต่ส่วนใหญ่คนมักนึกถึงอีรอสในตํานานกรีกองค์นี้มากกว่า ด้วยเหตุที่เกี่ยวข้องอยู่กับความรัก ความงาม และความหลงใหลมากกว่าองค์ก่อนหน้า

รูปร่างที่คุ้นเคยที่พวกเราเห็นกัน อีรอสหรือคิวปิดนั้นก็คือเด็กซุกซนที่ไม่รู้จักโต แต่อีกรูปหนึ่งของเขานั้นเป็นหนุ่มรูปงาม มีปีก และถือศรแห่งความรัก ความหล่อเหลาเป็นรองก็แค่อพอลโลเท่านั้น แต่ถึงจะเป็นหนุ่มแน่น อีรอสก็เป็นหนุ่มน้อยติดแม่ เทพีอโฟรไดติหรือวีนัสอยู่ที่ใด อีรอสก็อยู่ที่นั่น ย่อมแน่นอนว่าพระมารดาสั่งให้ทําอะไร อีรอสหรือคิวปิดก็ทําตามแต่โดยดีไม่มีข้อแม้ใดๆ

ตำนานความรักที่ทนทุกข์ทรมานของเทพเจ้าคิวปิดกับเจ้าหญิงไซคี

ตำนานความรักที่ทนทุกข์ทรมานของเทพเจ้าคิวปิดกับเจ้าหญิงไซคี

ในกาลครั้งหนึ่ง ยังมีพระราชากรีกโบราณผู้มีพระราชธิดาแสนสวยอยู่ 3 องค์ แต่ในจํานวนนี้ผู้ที่สวยงามจนลือเลื่องไปทั่วคือ เจ้าหญิงไซคี (Psyche) พระธิดาองค์สุดท้อง ซึ่งว่ากันว่าสวยเสียจนไม่มีใครเชื่อว่าเป็นมนุษย์ ทุกวันมีชายหนุ่มเดินทางมาจากทั่วหล้าเพื่อมายลโฉมงามไซคี เพียงเพื่อจะสงสัยว่านางเป็นเทพหรือเป็นมนุษย์กันแน่ พวกผู้ชายเหล่านี้มาแล้วไม่มาเปล่า พอได้เห็นใบหน้านางเข้าก็มักออกปากว่าไซคีสวยกว่าเจ้าแม่วีนัสเองเสียอีก ยิ่งนานวัน ผู้คนก็ยิ่งแห่แหนมากลุ้มรุม ยิ่งนานวัน ผู้คนก็ลืมเลือนเทพีวีนัส พากันทอดทิ้งวิหารของนาง แท่นบูชาก็มีเถ้าธูปที่เยียบเย็น คนที่เคยศรัทธาเทพีแห่งความงาม บัดนี้ทิ้งไปชมโฉมงามมนุษย์ที่มีวันแก่และมีวันตายเช่นเจ้าหญิงไซคีคนนี้

เชื่อแน่ว่าการกระทําของมนุษย์เยี่ยงนี้เป็นสิ่งที่เจ้าแม่วีนัสย่อมสุดทน และดังเช่นทุกครั้งที่เธอตกอยู่ในห้วงทุกข์ จึงอยากสั่งสอนให้ไซคีต้องพบกับความอัปยศ เธอเรียกหาลูกชาย “คิวปิด” หนุ่มน้อยผู้ทรงศรที่ไม่มีใครต้านทานทันที เล่าสิ่งที่ขัดใจและตรัสสั่งให้ใช้พลังของเขาทําให้นางสามหาวผู้นั้นตกอยู่ในความรักใคร่ไร้สติกับชายโฉดน่าชังเลวทรามที่สุดในแผ่นดินให้ได้

สิ่งที่วีนัสพลาดก็คือมัวแต่ริษยาจนไม่ทันคิดว่าโฉมงามนั้นอาจทําพิษได้แม้แต่เทพแห่งความรักเอง

คิวปิดน้อมรับคําสั่งพระมารดา เหาะตรงไปยังตําหนักประทับของไซคี มีลูกศรแห่งความรักกระชับมั่นอยู่ในมือ แต่เพียงวาบเดียวที่เทพหนุ่มได้เห็นโฉมงามมนุษย์ คิวปิดตกตะลึงหลงใหล มือที่กระชับศรสะดุ้งสะดุด ปรากฏว่าคมศรเกี่ยวมือของเขา มันราวกับว่าคมศรความรักไม่แค่ทําให้เกิดแผลเล็กหากแทงถึงหัวใจ และชายโฉดน่าชังเลวทรามที่สุดในแผ่นดินที่เจ้าแม่วีนัสหมายมั่นกลับเป็นตัวคิวปิดเอง

คิวปิดหลงรักไซคีจนหมดใจ แต่ไม่อาจเอ่ยคําพูดใดให้พระมารดารู้ วีนัสเห็นลูกกลับมาก็แน่ใจว่างานที่นางมอบหมายย่อมสําเร็จลงแล้ว จึงเดินจากคิวปิดไปรอคอยความพินาศที่จะมาถึงไซคี

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับไซคีก็คือ นางไม่ได้ตกหลุมรักชายโฉดน่าชังเลวทรามที่สุดในแผ่นดิน ที่จริงแล้วนางไม่ได้ตกหลุมรักใครเลย แปลกยิ่งกว่านั้นก็ตรงที่ไม่มีใครมาตกหลุมรักนางอีกด้วย ผู้คน ที่มาชมโฉมนางก็ยังมากันไม่หยุดยั้ง แต่แล้วก็ผ่านไปแต่งงานกับหญิงอื่น พี่สาวทั้งสองที่ดูด้อยกว่ามากก็แต่งงานไปกับเจ้านครกรีกต่างเมือง ส่วนไซคียังคงอยู่คนเดียวหงอยเหงาเปล่าเปลี่ยว

การยิ่งเป็นดังนี้ ยิ่งทําให้พระบิดาพระมารดาเป็นห่วงเป็นกังวล ในที่สุดพระบิดาของนางเสด็จไปยังวิหารอพอลโลเพื่อขอคําทํานายเพื่อจะหาสวามีให้ลูก แต่คําทํานายที่พระองค์ได้รับกลับเป็นคําทํานายน่ากลัวมาก การเป็นดังนี้เพราะเทพคิวปิดไปขอร้องเทพอพอลโลเอาไว้ และอพอลโลก็เห็นใจอยากช่วยเหลือ ท่านจึงพูดผ่านนางทํานายในวิหารเดลฟีว่า

“คู่ครองของไซคีมิใช่มนุษย์ธรรมดา จงแต่งตัวให้เจ้าหญิงในชุดไว้ทุกข์ แล้วพาไปไว้ที่ยอดเขา รออยู่ที่นั่นคนเดียว และแล้วสามีที่ชะตาลิขิต งูมีปีกหน้าตาน่ากลัวที่สุด แข็งแกร่งที่สุดกว่าเทพเจ้าจะมารับเอานางไปเป็นภรรยา”

เจ้าหญิงไซคี (Psyche)

คําทํานายทําให้เกิดความเศร้าหมอง แต่พระบิดามารดาก็จัดแต่งกายไซคีราวกับจะเป็นงานศพของเธอเอง ผู้คนพลเมืองที่รู้เรื่องต่างพากันร้องไห้ แห่แหนไปส่งเธอราวกับส่งลงสุสาน แต่ไซคียังคงแสดงความกล้าหาญ จนผู้คนต่างร้องไห้ด้วยความอาลัย ก่อนจะทิ้งไซคีไว้ที่นั่นเพียงลำพัง

เจ้าหญิงไซคีนั่งอยู่บนยอดเขามืดสนิทแห่งนั้น รอคอยสิ่งที่ไม่รู้ว่าคือความน่ากลัวชนิดใด และแล้วลมละมุนก็พัดมานั่นคือ เทพเซฟเฟอร์ (Zephyr) เจ้าแห่งลมตะวันตก เขาค่อยๆยกร่างของไซคีขึ้นสูงด้วยความแข็งแกร่งแต่อ่อนหวาน พานางลอยห่างจากเขาลูกนั้นลิ่วไปจนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่งเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี มีกลิ่นหอมของดอกไม้ลอยมาอ่อนๆ เป็นที่ที่เต็มไปด้วยความสุขสงบจึงวางนางลง

ความทุกข์ทั้งมวลที่ทับถมมลายหายไป ไซคีหลับลงกับพื้นหญ้า เช้ารุ่งขึ้นนางจึงได้เห็นว่า ตนเองหลับสบายอยู่ข้างสายน้ำใส ริมฝั่งถัดไปมีตําหนักแห่งหนึ่งตั้งตระหง่าน ตําหนักนั้นงดงามราวกับเทพสร้าง มียอดหุ้มทองและกําแพงเงิน ประตูฝังเส้นทองเป็นลวดลาย แต่ไม่มีสรรพสําเนียงใดจนดูราวเป็นตําหนักร้าง ไซคีเดินเข้าใกล้ ความงดงามของอาคารทําให้เกิดความกลัว นางชะงักตรงธรณีประตู แต่มีเสียงที่เธอได้ยิน ทว่าไม่เห็นตัว

“พวกข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ ขอพระนางเสด็จเข้ามาเถิด ปราสาทแห่งนี้เป็นของพระนางเพียงคนเดียว พวกข้ามีหน้าที่ทําตามพระประสงค์ทุกประการ” เสียงนั้นบอกให้นางเข้าไปพักอาศัยอยู่อย่างสบาย ไซคีก็ทําตาม และก็เป็นจริงดังที่เสียงบอก สิ่งใดที่นางต้องการล้วนปรากฏถึงมือทั้งสิ้นแม้ไม่เห็นตัวว่าใครนํามา ทว่าในเวลากลางวัน หากไม่นับเสียงที่มองไม่เห็นตัวแต่แวดล้อมอยู่เสียแล้วก็นับได้ว่าไซคือยู่ที่นั่นเพียงคนเดียว และคืนนั้นความรู้สึกบางอย่างบอกนางว่า เมื่อความมืดมาถึง สามีที่นางรอคอยจะมาอยู่กับนางและก็เป็นจริงดังนั้น

คิวปิดเหาะมาถึงเรือนหอของตนยามเมื่อความมืดมิดของราตรีโรยตัวลงปกคลุม เทพหนุ่มเข้าไปหาเจ้าสาวรับนางเป็นภรรยา แต่ทันทีที่เทพอาทิตย์ขับรถขึ้นฟ้า คิวปิดก็หนีหายจากไซคีไปทันที ความกลัวเพียงสิ่งเดียวของคิวปิดก็คือหากเรื่องถูกเปิดเผย โทษทัณฑ์ที่วีนัสอาจนํามาเล่นงานไซคีนั้นคงมิใช่น้อย

ไซคีรู้สึกผูกพันกับสามีของตน แม้จะไม่รู้ว่าเขาคือใคร รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร แม้ว่าความสัมพันธ์แบบครึ่งๆกลางๆไม่อาจทําให้ไซคีพอใจ แต่นางก็มีความสุข เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ครั้นแล้วคืนหนึ่ง คิวปิด สามีผู้มองไม่เห็นตัวตนก็เอ่ยคําอย่างเศร้าสร้อย เตือนเธอว่าอันตรายในรูปของพี่สาวสองคนกําลังมา

“พวกเขากําลังเดินทางมายังเนินที่เจ้าหายไป มาร้องไห้ให้เจ้า แต่จงอย่าแสดงตัว มิฉะนั้นพวกนางจะนําความทุกข์ใหญ่หลวงมาให้ข้าและจะทําลายตัวเจ้าเอง” ไซคีให้สัญญา แต่วันต่อมาเธอก็ร้องไห้ทั้งวันด้วยความคิดถึงพี่สาว มันเป็นสิ่งที่ทําให้สามีของนางร้าวใจ ไม่ว่าเขาจะปลอบประโลมอย่างไรก็ไม่ทําให้ไซที่ดีขึ้น

“อยากทําอะไรก็ทําเถิด แต่จงจําไว้ว่ามันจะเป็นหายนะของเจ้าเอง” เขาเตือนอีกว่า “จงอย่าเชื่อใครหากเขายุยงให้หาวิธีมองข้า มิฉะนั้นเราต้องจากกันชั่วนิรันดร์” ไซคีร่ำไห้สัญญาและว่าเธอยินดีตายสักร้อยครั้งดีกว่าที่จะจากเขาไป “แต่ขอให้ข้าได้สนุกสนานที่ได้เจอพี่ๆบ้าง” คิวปิดอนุญาตด้วยเสียงเศร้า

รุ่งเช้า เซฟเฟอร์สายลมตะวันตกพาพี่นางทั้งสองมาส่ง สามสาวกอดกันด้วยความคิดถึง แต่ครู่เดียวหลังจากที่พี่สาวเข้าไปในวังของน้อง ได้เห็นสมบัติต่างๆที่ประดับประดา ได้ลิ้มรสอาหารจากมือที่มองไม่เห็น ใจของทั้งสองต่างก็เต็มไปด้วยความริษยา พยายามซักถามว่าเจ้าบ่าวของน้องคือใคร แต่ไซคีไม่ปริปาก เธอเอาเพชรเอาทองใส่มือพี่สาวก่อนจะให้สายลมตะวันตกพาไปส่ง

บัดนั้น ไฟแห่งความริษยาได้จุดขึ้นแล้วในใจของพี่สาว ต่างคนเห็นว่าความร่ำรวยและความโชคดีที่ตนมีเทียบกับไซคีไม่ได้แม้แต่น้อย จึงปรึกษากันวางแผนหาทางทําลายไซคีให้ย่อยยับ คืนเดียวกันนั้น คิวปิดเตือนไซคีอีก แต่เธอทําท่าดื้อดึงเมื่อเขาสั่งห้าม “เหตุใดจึงห้ามพบคนอื่นในเมื่อแม้แต่หน้าของท่าน ข้าก็ยังไม่เคยเห็น” คิวปิดก็ยอมจํานนตาม

ในวันวิบัติ สายลมตะวันตกก็พาพี่สาวทั้งสองมาหาไซคี พระพี่นางทั้งสองซักใช้ว่าหน้าตาสามีเป็นอย่างไร ไซคีตกหลุมพรางตอบตะกุกตะกัก ทําให้รู้ว่าไซคีไม่เคยเห็นหน้าผู้เป็นสามีเลย สองสาวสบช่องใส่ไฟบอกไซคีว่าสามีของนางต้องไม่ใช่คน แต่เป็นงูมีปีกตามที่เทพอพอลโลให้คํานายจากวิหารเดลฟี “เจ้าต้องระวังให้ดี สวามีที่เจ้าไม่เคยเห็นหน้าอาจกินเจ้าเสียเมื่อไหร่ก็ได้” คํายุยงทําให้ไซคือกสั่น ความกลัวปรี่ขึ้นแทนความรัก เห็นด้วยกับพี่ว่าต้องมีเหตุผลร้ายสักอย่างที่ทําให้พบหน้ากันในยามกลางวันไม่ได้ แน่นอนว่าคําแนะนําของพี่เป็นอุบายที่วางแผนกันมาอย่างดีแล้ว

“คืนนี้จงเตรียมมีดกับตะเกียงไว้ที่หัวเตียง พอสามีเจ้าหลับ ลุกขึ้นมาจุดไฟ ทําใจให้แข็งเข้าไว้ว่าหากจะต้องพบสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัว และอย่ารีรอแทงเขาให้ตาย พวกเราจะอยู่ใกล้ๆคอยพาเจ้าหนี” แล้วพระพี่นางก็กลับไป

ตำนานความรักที่ทนทุกข์ทรมานของเทพเจ้าคิวปิดกับเจ้าหญิงไซคี

ไซคีสับสน ความรักกับความสงสัยไม่ไว้ใจต่างสู้กันชุลมุนในหัวของนาง คืนนั้นเมื่อรัตติกาลมาถึง คิวปิดก็มาหาชายาสุดที่รักและหลับพักไปเงียบๆ ไซคีเรียกความกล้า ลุกขึ้นมาจุดตะเกียงให้แสงส่อง แต่สิ่งที่นางเห็นกลับไม่ใช่อสุรกายดังที่พี่สาวยุยง กลับเป็นชายหนุ่มรูปร่างงดงามยิ่งกว่าชายใดที่นางเคยเห็น ไซคีเข่าอ่อนคิดถึงความตระบัดสัตย์ของตน แต่ขณะที่ยืนอยู่เหนือร่างคิวปิด น้ำมันในตะเกียงหกรดไหล่ ความร้อนปลุกให้คิวปิดตื่น สายตาเห็นภาพไซคีขณะนั้นก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร เขาโกรธและเสียใจมาก คิวปิดสยายปีกบินจากไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คําเดียว ไซคีวิ่งตามไปในความมืด แม้มองไม่เห็นตัวแต่เธอได้ยินเสียงของเขา คิวปิดบอกเธอว่าเขาเป็นใครแล้วเอ่ยปากลา “หากไม่มีความเชื่อใจ ความรักก็อยู่ไม่ได้”

ภารกิจ 3 อย่างของเจ้าหญิงไซคี

ภารกิจ 3 อย่างของเจ้าหญิงไซคี

“เทพแห่งความรักเป็นสวามีข้า แต่เป็นเคราะห์ของข้าเองที่ไม่ไว้ใจเขา นี่ข้าจะต้องเสียเขาไปตลอดกาลหรือ” ไซคีเสียใจมาก แต่นางไม่ยอมแพ้ “แม้ข้าจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตตามหา ข้าก็จะทํา แม้เขาจะไม่รักข้าอีกต่อไปแล้ว แต่ข้าจะทําให้เขาเห็นว่าข้ารักเขาเพียงใด” จากนั้นเป็นต้นมาไซคีก็ออกเดินทางตามหาสวามี แม้ไม่รู้ว่าควรไปที่ใด

คิวปิดกลับมาหาพระมารดา สารภาพความจริง ครั้นวีนัสได้ยินว่าโอรสเลือกไซคี นางก็โกรธจนพระเศียรแทบระเบิดเป็นเสี่ยง ทิ้งคิวปิดให้เจ็บปวดเพียงลําพังแล้วออกตามล่าไซคี นางอยากสอนบทเรียนนางมนุษย์ผู้นี้ว่าใครก็ตามที่ทําให้เทพกริ้วจะต้องโดนทัณฑ์อย่างไร

ไซคีผู้น่าสงสารเที่ยวร่อนเร่ รอนแรม พยายามอ้อนวอนเทพทั้งหลายให้ช่วย แต่ไม่มีใครอยาก เป็นฝ่ายตรงข้ามกับเจ้าแม่วีนัส ที่สุดเธอก็รู้ว่าไม่มีใครช่วยเธอได้ ทั้งในโลกและบนสวรรค์ จึงตัดสินใจอย่างจนตรอกที่จะเข้าหาวีนัสตรงๆ ยอมมอบตัวเป็นคนรับใช้ “ใครจะรู้ แต่เขาไปอยู่ที่ใดได้ ถ้าไม่ใช่บ้านแม่” คิดดังนั้นไซดีก็เดินทางเข้าหาเทพผู้ออกตามล่าตัวเธอ

แต่ที่สุดทั้งสองก็พบกัน วีนัสค่อนแคะเมื่อไซคีถามหาคิวปิด “จะถามหาสามีไปไย ในเมื่อคืนหนึ่งที่เคยมีเขา เจ้าก็จะฆ่าเขาตายด้วยไฟเสียแล้ว” ความเคียดแค้นของเทวีพลุ่งขึ้นพร้อมๆกับความเจ็บปวดของโอรส พระนางอยากเห็นไซคีทนทุกข์ให้มากเท่าที่จะมากได้ จึงวางแผนล่อว่า หากไซคีทํางานสามอย่างที่มอบหมายให้สําเร็จ นางจะไม่ขัดขวางความรักของไซคีและคิวปิดอีก

งานแรกไซคีต้องแยกเมล็ดพืชอันประกอบด้วยข้าวสาลี เมล็ดป๊อปปี้ ข้าวบาร์เลย์ ถั่ว และงา ซึ่งปนกันอยู่ในยุ้งฉางออกจากกันไว้เป็นพวกๆก่อนตะวันตกดิน สั่งแล้ววีนัสก็จากไป คิวปิดพอรู้เรื่องก็รีบมาแอบดูเมียรักอยู่ห่างๆ ไซคีผู้ไม่อาจอ้อนวอนหาความเห็นใจจากมนุษย์และเทวดาได้แต่นิ่งงัน นางรู้ดีว่าไม่มีทางทําได้ทันเวลา แต่ไม่นานนัก ฝูงมดกลับสงสารนางงาม พวกมันนํากลุ่มมดจํานวนมหาศาลช่วยกันยกช่วยกันแยกเมล็ดพืชออกกองไว้แต่ละประเภทได้สําเร็จก่อนมืด

“งานของเจ้าเป็นอันเสร็จ” วีนัสกริ้วที่แผนล่ม ยื่นขนมปังแข็งๆให้เป็นอาหารไซคีและชี้ให้นอนบนพื้น วันรุ่งขึ้นเทพีวีนัสสั่งให้ไซคีไปเก็บขนแกะทองจากฝูงแกะขนทอง แกะฝูงนั้นเป็นแกะดุร้าย อาศัยอยู่ตามพุ่มไม้หนาบนฝั่งตรงข้ามที่มีแม่น้ำไหลเอื่อยคั่น ไซคียืนอยู่ริมฝั่งน้ำ คิดอยากจะโดดน้ำตายหนีความเจ็บปวดให้รู้แล้วรู้รอด แต่เมื่อนางก้มตัวลงก็มีเสียงดังเรียกอยู่แถวข้อเท้า

“ไม่ร้ายถึงปานนั้นหรอก” ต้นกกริมน้ำกระซิบบอก “แกะพวกนี้ดูดุร้ายก็จริง แต่หากเจ้ารอถึงเย็น พวกมันออกมาจากพุ่มไม้มานอนพักริมน้ำ เจ้าก็จะสามารถเข้าไปในพุ่มไม้แล้วเก็บขนทองที่หลุดติดอยู่กับกิ่งไม้แหลมในพุ่มไม้รกก็เพียงพอแล้ว” ไซคีก็ทําตามที่ต้นกกบอก ภารกิจที่สองก็ลุล่วง แต่เทพีวีนัสยิ้มร้ายเมื่อรับขนแกะ

“ต้องมีใครช่วยเจ้าแน่ คนอย่างเจ้าไม่มีทางทํางานเช่นนี้สําเร็จ แต่ข้าจะให้โอกาสพิสูจน์ว่าใจของเจ้าแกร่งจริงหรือไม่ เห็นน้ำตกนั่นไหม” วีนัสชี้ไปที่น้ำตกที่มีน้ำดําเมื่อมไหลเป็นสายที่เนินเขาข้างหน้า “มันเป็นสายน้ำที่ไหลจากแม่น้ำสติกซ์ จงเอาขวดนี้ไปเติมให้เต็ม” ไซคีคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เธอก็ได้ผู้ช่วย คราวนี้เป็นนกอินทรี มันคาบขวดไปจากมือ เอาไปตักน้ำแล้วคาบกลับมาให้

แผนร้ายล่มไปอีกแผน วีนัสยังไม่ลดละ จึงหยิบยื่นภารกิจสุดท้ายเป็นภารกิจตัดสิน พระนางนําหีบทองใบเล็กมอบให้ไซคี สั่งให้ลงไปหาเทพีเพอร์เซโฟนในยมโลก ให้ไปเอาความงามมาจากนาง สั่งให้เน้นกับเทพองค์นั้นว่า พระนางต้องการมันมาก เพราะเหน็ดเหนื่อยกับการพยาบาลพระโอรสที่กําลังประชวร คําสั่งของพระมารดาสวามีเล่นเอาไซคีท้อแท้ คิวปิดซึ่งแอบดูอยู่ก็ส่งเสียงกระซิบปลอบ เสียงอ่อนโยนอันคุ้นเคยของเขาทําให้ความหวังที่สูญสิ้นไปแล้วกลับมาเรืองรองอีกหน คิวปิดยังบอกวิธีไปยมโลกไว้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการยื่นเงินเหรียญเป็นค่าข้ามฟากให้แครอน หรือเอาขนมให้หมาสามหัวเฝ้าประตูนรก อีกทั้งห้ามเปิดหีบดูสิ่งที่เพอร์เซโฟนใส่มา เป็นอันขาด

เจ้าหญิงไซคี (Psyche)

ไซคีทําตามที่ได้รับคําแนะนําทุกอย่าง ปรากฏว่านางกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ได้เร็วกว่าขาไปด้วยซ้ำ ยกเว้นข้อห้ามที่คิวปิดห้ามไว้ ที่สุดไซคือดสงสัยไม่ได้ว่ามนตราแห่งความงามใดที่วีนัสต้องการ เธอจึงเปิดดู แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง ไม่มีอะไรอยู่ในหีบ ยกเว้นมนต์แห่งการหลับลึกที่พวยพุ่งเข้าใส่ ทําให้ไซคีร่วงลงกับพื้น

มันเป็นช่วงเวลาเหมาะที่คิวปิดแสดงองค์ได้พอดี เขาฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บและคิดถึงชายา แต่พบร่างของเธอนอนนิ่งอยู่บนเส้นทางเกือบถึงปราสาท คิวปิดโบกมือลูบหน้าคว้าเอามนต์ดําบนตัวเธอม้วนเก็บกลับลงในหีบ ไซคีก็ฟื้นสติ ทั้งสองดีใจอย่างสุดซึ้งที่ได้พบกันอีก คิวปิดตําหนิที่นางไม่เชื่อที่เขาห้ามเหมือนเดิมจนทําให้ต้องมนต์ เขาสั่งให้ไซคีนําหีบไปให้วีนัส ส่วนตัวเขามีสิ่งจําเป็นอย่างหนึ่งที่ต้องทํา

คิวปิดบินตรงขึ้นไปหาซูสบนเขาโอลิมปัส เพื่อวิงวอนให้ช่วยห้ามวีนัสให้หยุดขัดขวางความรัก “แม้เจ้าจะทําความลําบากให้ชื่อเสียงข้าป่นปี้ ต้องเที่ยวแปลงตัวเป็นวัวมั่ง เป็นหงส์มั่ง แต่ใครจะปฏิเสธเจ้าลง” ซูสว่า แล้วพระองค์ก็ตรัสเรียกประชุมสภาเทพ รวมทั้งวีนัสด้วย เพื่อประกาศการแต่งงานของคิวปิดและไซคี ทวยเทพต่างยินดีทั่วหน้า เฮอร์มีสนํานางไซคีขึ้นโอลิมปัส ซูสนําน้ำอมฤตแอมโบรเซียให้นางดื่มเพื่อให้เป็นอมตะ ไซคีก็กลายเป็นเทพี สามารถอยู่กับคิวปิดไปตลอดกาล

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet