ตำนาน 12 จักรราศี กว่าจะมาเป็นสัญลักษณ์ประจำเดือนเกิด ตอนที่ 2

ราศีตุลย์ (Libra) กลุ่มดาวคันชั่ง 

ราศีตุลย์ (Libra) กลุ่มดาวคันชั่ง 

คันชั่งในราศีนี้เป็นคันชั่งสองแขนตามตํานานจึงกล่าวว่าคันชั่งข้างหนึ่งนามว่า ซูเบเนลจีนบี (Zubenelgenubi) เป็นข้างที่หมายถึงความสงบและสันติสุข อีกข้างหนึ่งจึงเป็นข้างที่หมายความถึงตัณหาราคะ ความกระหายใคร่อยากไม่สิ้นสุดของมนุษย์ชื่อว่า ซูเบเนสชามาลี (Zubeneschamal) ความที่มีเทพีวีนัสควบคุมอยู่ ผู้หญิงที่เกิดในราศีตุลย์จึงเป็นที่ยอมรับกัน ว่าสวยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับทุกราศี

ราศีพิจิก (Scorpio) กลุ่มดาวแมงป่อง

ราศีพิจิก (Scorpio) กลุ่มดาวแมงป่อง

ตามตํานานเล่าว่าแมงป่องตัวนี้เป็นแมงป่องยักษ์ที่ย่าทวดไกอาสั่งให้ไปฆ่านายพรานโอไรออน (Orion) เพราะอพอลโลไปฟ้องย่าทวดไกอาว่าทั้งโอไรออนและอาร์เทมิสชักจะฆ่าสัตว์มากเกินไปแล้ว ไกอาฟังความแล้วเห็นไม่ได้การก็เลยส่งแมงป่องมาจัดการกับโอไรออน ทั้งสองฝ่ายสู้กันอย่างดุเดือดจนตายด้วยกันทั้งคู่ ซูสนํานายพรานโอไรออนไปไว้ที่ท้องฟ้าในฤดูหนาว ส่วนกลุ่มดาวแมงป่องจะอยู่ในท้องฟ้าฤดูร้อน ตรงข้ามกันตลอดกาล

แต่อีกหลายๆตํานานอันเป็นที่นิยมกลับกล่าวว่าเป็นแมงป่องของเทพีอาร์เทมิสต่างหาก เรื่องก็คือนายพรานโอไรออนคนเดียวกันนี้ล่ะ พยายามล่อลวงนางพรหมจารี โอพิส (Opis) หนึ่งในบริวารของอาร์เทมิส ซึ่งเป็นการกระทําที่อาร์เทมิสไม่ชอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเสมือนเป็นการล่อลวงพระองค์เองโดยตรง อาร์เทมิสทนไม่ได้จึงส่งแมงป่องไปต่อยที่ส้นเท้าและฆ่าเขา แต่เมื่อโอไรออนกลายเป็นหมู่ดาว อาร์เทมิสก็ยังไม่วายส่งแมงป่องตามไปรังควานเพื่อให้แน่ใจว่ามันยังจะทําหน้าที่ตามที่นางสั่ง

ราศีธนู (Sagittarius) กลุ่มดาวคนยิงธนู

ราศีธนู (Sagittarius) กลุ่มดาวคนยิงธนู

ตามตํานานกรีก เซนทอร์เป็นสัตว์ประหลาด ส่วนบนตั้งแต่เอวขึ้นไปเป็นผู้ชายและส่วนล่างเป็นม้าหนุ่ม มีกล้ามเนื้อเป็นมัดสวยงาม มีพละกําลังและความเถื่อนของมนุษย์ผู้ชาย ปกติเซนทอร์พวกนี้ชอบดื่มไวน์พอๆกับไล่คร่าผู้หญิง ซ้ำยังชอบหาเรื่อง ทะเลาะเบาะแว้งเวลาเมาเต็มที่อีกด้วย

ยกเว้นอยู่ก็รายนี้เอง ไครอน (Chiron) เขาเป็นลูกของโครนัสกับฟีไลร่า (Philyra) นางอัปสรน้ำผู้เลอโฉม นับไปนับมาเขาก็เป็นน้องคนและแม่กับซูส อาจจะเพราะเป็นลูกของมหาเทพองค์ก่อนก็ได้ ไครอนจึงเต็มไปด้วยความรู้นับอนันต์ มีความสุขุมรอบคอบจนได้รับเลือกเป็นครูของลูกๆวีรบุรุษหลายคนในตํานานกรีก เป็น อคิลลิส เอสคลีเพียส (เทพแห่งการรักษา-ลูกของอพอลโล) นายพรานแอคที่ออน ฯลฯ ล้วนเป็นลูกศิษย์ของเขาทั้งนั้น นับได้ว่าเป็นเซนทอร์ที่ดีซะจนหาที่ติไม่ได้

ไครอนเป็นเซนทอร์หนึ่งเดียวที่เป็นอมตะ แต่แปลกที่ตายและเคยลงไปอยู่ในนรกภูมิ เรื่องมันเกิดขึ้นจากความไม่ได้ตั้งใจของเฮอร์คิวลิส ครั้งหนึ่งเขาไปเยี่ยมเพื่อนเซนทอร์ซึ่งก็คือโฟลัส (Pholus) (ไครอนและโฟลัสนับเป็นเซนทอร์ที่ดีกลุ่มน้อยในจํานวนร้อย) และรู้สึกกระหาย จึงขอให้เพื่อนเปิดไวน์ เชื่อว่าไวน์ถังนี้ไดโอไนชัสส่งมาให้โฟลัสไว้ดื่มกับเฮอร์คิวลิสโดยเฉพาะ

ปรากฏว่ากลิ่นหอมของมันฟุ้งไปไกลเรียกบรรดาเซนทอร์อันธพาลเป็นฝูงเข้ามารุมจะแย่งดื่มไวน์นั้นจนเฮอร์คิวลิสต้องเข้าห้ามปราม ทว่าการห้ามในที่สุดก็กลายเป็นการตะลุมบอน สําหรับจอมพลังอย่างเขา การสู้กับเซนทอร์มากมายไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด แต่ปรากฏว่าในการต่อสู้กันอย่างถึงพริกถึงขิงนั่นเอง ไครอนซึ่งอยู่แถวนั้นก็โดนหางเลขเข้าด้วยทั้งๆที่ไม่ได้เข้าร่วมวง เป็นอุบัติเหตุที่ถูกเฮอร์คิวลิสนั่นเองยิงเอาด้วยศรที่ลุ่มพิษของไฮดรา แต่มันพลาดเป้าเดิมซึ่งเป็นเซนทอร์ตัวอื่นพุ่งเข้าหาไครอน เขาบาดเจ็บสาหัสและกลายเป็นบาดแผลที่รักษาไม่ได้ จะตายก็ไม่ตายเพราะความเป็นอมตะ

เฮอร์คิวลิสพยายามหาทางไถ่โทษความพลาดพลั้ง เขานึกได้ว่าตอนนั้นยังมีโพรมิธิอัสที่ถูกเทวทัณฑ์เพราะนําความรู้และไฟมาให้มนุษย์ และกําลังรับโทษถูกนกอินทรีจิกกินตับทุกวัน โพรมิธิอัสจะรอดได้ก็ต้องมีใครอาสามาเป็นตัวตายตัวแทน เฮอร์คิวลิสเกิดปิ๊งไอเดียที่จะจบเรื่องของคนทั้งสองในที่เดียวก็ขอให้ไครอนมารับโทษแทนโพรมิธิอัส กล่าวว่าแทนที่จะทนทรมานทั้งคู่ก็ทรมานเสียคนเดียวก็พอ ไครอนก็ตกลง อาจเป็นด้วยเหตุนี้ เฮอร์คิวลิสเลยยิงนกอินทรีตัวนั้นด้วยศรได้ 

ส่วนไครอน ซูสสงสารมากไม่อยากให้เขาเจ็บไปเรื่อยๆจึงบันดาลให้เขาตายได้ หลังจากไครอนลงไปอยู่ปรโลก ซูสก็ตามไปนําเขาขึ้นไปไว้ในท้องฟ้าอยู่ในราศีธนู

ราศีมังกร (Capricorn) กลุ่มดาวแพะทะเล

ราศีมังกร (Capricornus) กลุ่มดาวแพะทะเล

ตามตํานานเล่าว่า แพนคือวิญญาณอิสระของเนินเขา เป็นบุตรของเทพเฮอร์มิสกับนางนิมฟ์เพนเนโลพี (Penelope) เขาเกิดมาอย่างค่อนข้างพิกลพิการเต็มที่ ท่อนบนของเขาเป็นมนุษย์ผู้ชาย ส่วนท่อนล่างเป็นแพะ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเทพเฮอร์มิสขืนใจนางเพเนโลพในขณะที่จําแลงร่างเป็นแพะตัวผู้ก็ได้ แพนยังมีเขาแหลมคู่หนึ่งโผล่ออกจากหัว แถมยังมีเคราแหลมๆประดับคางเหมือนเคราแพะอีกด้วย

ผู้คนมักสับสนระหว่างแพนกับตัวแซทเทอร์ (Satyr) เพราะต่างก็เป็นพวกพันธุ์ผสมครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างเป็นแพะและมีเขาแหลมเหมือนกัน แต่มีข้อสังเกตได้อยู่อย่างหนึ่งนั่นคือใบหน้าของแพนเป็นคนหนุ่มหน้าตาฉลาดเฉลียว แต่พวกแซทเทอร์หน้าเหมือนลิง ขณะที่แพนเป็นผู้อุปถัมภ์ฝูงแกะและค่อนข้างซน แต่พวกแซทเทอร์จะเป็นจอมขี้โกงและเจ้าเล่ห์

เทพแพนชื่นชอบการสัญจรกระโดดโลดเต้นท่องเที่ยวตามไหล่เขา แต่ในระหว่างที่ท่องเที่ยวไปนี้ หากได้เจอกับของสุดโปรดอย่างหนึ่งเข้า นิสัยของแพนจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที ของโปรดนั้นก็คือ นางพรายดรายแอดส์ (Dryads) หรือนางพรายนิมฟ์ (Nymphs) ซึ่งเป็นวิญญาณแห่งธรรมชาติ เวลานั้นเองแพนจะไล่ล่านางพรายเหล่านี้เอามาร่วมภิรมย์ด้วย สําเร็จบ้างหรือไม่สําเร็จบ้างก็แล้วแต่

ทว่าการไล่ฉุดนางพรายก็นําไปถึงต้นกําเนิดของเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งเรียกว่า ปี (ของ) แพน เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งแพนได้พบนางพรายนิมฟ์ตนหนึ่งชื่อว่า ชีริงซ์ (Syrinx) ก็เกิดเสน่หาติดใจขึ้นมาในบัดดล ดังนั้นแพนก็วิ่งไล่ล่านางพรายตนนี้หวังจะได้มาเชยชม ชีริงซ์หันไปเห็นเข้าก็ตกใจสุดขีดและออกวิ่งหนี แต่เนื่องจากแพนวิ่งเร็วมาก มีนางพรายน้อยตนนักที่จะหนีทัน เขาจึงมาทันนางชีริงซ์ในไม่ช้า

วินาทีที่ปลายมือของแพนกําลังจะสัมผัสหลังของเธอ นางพรายซีริงซ์ก็กรีดเสียงร้องเรียกให้ลาดอน (Ladon) เทพแห่งแม่น้ำผู้เป็นบิดาช่วย ลาดอนได้ยินเสียงร้องและได้เห็นภัยที่กําลังจะมาถึงตัวลูกสาว จึงเปลี่ยนร่างนางเป็นกอต้นอ้อที่ริมแม่น้ำได้ทันท่วงที มือของแพนที่กําลังจะได้สัมผัสผิวนวลของสาวน้อยกลายเป็นคว้าได้แต่ใบไม้ชายน้ำ เขาไม่ละความพยายาม ยังคงยืนเฝ้านั่งเฝ้าอยู่อย่างนั้นเพื่อว่าสาวจะเปลี่ยนร่างคืนมา

จนแล้วจนรอดแพนก็รอหาย ยิ่งรอนานมากเข้าก็ยิ่งเบื่อ แพนก็เลยถอนต้นอ้อขึ้นมา นํามาตัดเป็นขนาดต่างๆแล้วผูกเข้าหากันเป็นสองแถวประกบหน้าหลัง ข้างหนึ่งเท่ากับอีกข้างหนึ่ง แต่ไล่ขนาดต้นอ้อสั้นยาว จากนั้นก็ลองเป่าเล่นดู ปรากฏว่าเสียงเพราะมาก แพนลองเป่าอีก ไล่เรียงเสียงจนกลายเป็นเพลงเพราะในเวลาไม่นาน มันทําให้เขาเกิดความสนุกสนาน ในที่สุดก็ลืมนางชีริงซ์สนิท แล้วพาปีต้นอ้อ Pan Pipe กระโดดโลดเต้นจากไป

ความเจ้าชู้ไม่เลือกหน้าของแพนเป็นเรื่องลือลั่นอีกเรื่องหนึ่งของโอลิมปัส ถึงขนาดที่มีเกร็ดเล่าว่าเขาเคยมีอะไรอะไรกับเทพีวีนัสเข้าหนหนึ่ง จนได้ผลกําเนิดเป็นชายชื่อ ไพรอาพัส (Priapus) ซึ่งเด็กคนนี้ในอีกหลายตํานานว่าเป็นลูกของวีนัสกับไดโอไนซัส ตํานานเล่าว่าลูกของแพนกับวีนัสคนนี้มีอวัยวะความเป็นเพศชายหลายแห่ง แต่ละหน่วยมีขนาดใหญ่โตแถมยังไม่ยอมสยบตามปกติอีกเสียด้วย เล่นเอามารดาอับอายขายหน้ารับไม่ได้ เอาทิ้งไปให้คนเลี้ยงแกะเลี้ยง

ไพรอาพัสกลายเป็นเทพแห่งคนเลี้ยงผึ้ง เกษตรกร และชาวประมง จนกระทั่งได้พบไดโอไนซัสและเข้าร่วมวงเมรัยกับเหล่าบริวารคณานางมีหนาดของเทพแห่งน้ำเมาเข้า เขาจึงได้รู้ว่าไอ้ที่มีติดตัวมานั้นนับเป็นโชคขนาดไหน

กลับมาที่แพนอีกทีครับ แพนมามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันต่อมาก็หลังจากช่วงสงครามระหว่างเทพวงศ์โอลิมเปียนกับไทฟอน ในสงครามคราวนั้นไทฟอนปรากฏตัวเป็นงูมหายักษ์มีหัวนับร้อยๆ และหัวเหล่านี้ก็เหยียดขึ้นไปยันท้องฟ้า ความน่ากลัวของมันทําให้เทพต่างหนีกันหัวซุกหัวซุน แปลงร่างเป็นอะไรไปต่างๆนานา ไม่เว้นแม้แต่ซูส ซึ่งภายหลังเกิดความละอายใจจนกลับมาต่อสู้กับมันใหม่และได้ชัยชนะในที่สุด

เทพแพนก็เป็นหนึ่งในจํานวนพวกที่แปลงร่างหนีหัวซุกหัวซุน เขาโดดลงลําน้ำไนล์แล้วแปลงร่าง แต่จะเป็นด้วยอารามตกใจหรือร่ายมนต์พลาดก็ไม่ทราบ ทําให้ร่างของเขาจะเป็นปลาก็ไม่ใช่ เป็นแพะก็ไม่เชิง แต่เป็นสัตว์ประหลาดครึ่งบนเป็นแพะ ครึ่งล่างเป็นปลาว่ายหายไป ครั้นสงครามสงบ ซูสได้ชัยชนะ จึงประทานรางวัลให้กับความเป็นยอดในการหาทางเอาตัวรอด ด้วยการเปลี่ยนเทพแพนให้กลายเป็นกลุ่มดาวมกรอยู่ในจักรราศีที่ 10 สัญลักษณ์ครึ่งแพะครึ่งปลาเลยเป็นเครื่องหมายของจักรราศีนี้ไปเลย

แพนใช้ขาแพะปีนขึ้นสู่ยอดเขาแห่งสรวงสวรรค์ แพนมีบุคลิกไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดโลดเต้นไปทั่วป่าอาร์คาเดีย หรือการเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ คล่องแคล่ว ซุกซนและหัวไว ซึ่งทําให้เขาเล่นปีแพนได้หลังจากประดิษฐ์ขึ้นได้แบบเดียว ใครก็ตามที่เกิดในช่วงเวลานี้ถือเป็นพวกพ้องของเทพแพนก็มักมีบุคลิกเช่นนี้ด้วยค

ราศีกุมภ์ (Aquarius) กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ

ราศีกุมภ์ (Aquarius) กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ

เป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์โคจรผ่านกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำหรือกุมภ์ (อแควริอัส Aquarius) รูปสัญลักษณ์ตามราศีก็คือคนแบกหม้อน้ำ เป็นผู้เทความสดชื่นมาสู่ขั้วโลกเหนือ (บ้างก็ว่าเป็นผู้เทแม่น้ำไนล์มาสู่โลก) เมื่อโลกเคลื่อนที่ผ่านจักรราศีในช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี

ตามตํานานว่า คนแบกหม้อน้ำคนนี้คือแกนิมีด โอรสของราชาทรอสแห่งไฟรเกีย ซึ่งนับเป็นหนุ่มรูปงามมากคนหนึ่งในโลกโบราณ ถึงขนาดที่ผู้คนต่างพากันเดินทางมาค่อนโลกขอยลร่างเปลือยของเขายามที่อยู่ในชุดวันพีช คือสวมแค่หมวกหนึ่งใบวางแปะไว้บนหัวอย่างนั้นเลยทีเดียว

ความหล่อเหลาของแกนิมีดไปเตะตาซูสเข้าจนได้ในวันหนึ่ง และแล้วมหาเทพผู้เปี่ยมในความรักแก่คนรูปร่างงดงามทั้งสองเพศก็เสด็จลงมาตกลงกับทรอส บิดาของแกนิมีด ด้วยการขอแลกโอรสผู้นี้กับม้าสวรรค์ฝีเท้าปานลมกรดฝูงหนึ่ง จากนั้นก็แปลงกายเป็นนกอินทรียักษ์พาเอาหนุ่มแกนิมีดขึ้นไปไว้บนโอลิมปัส

แกนิมีดได้ทําหน้าที่เป็นผู้รินเหล้าอมฤตแก่เทวดาทั้งหลาย สร้างความสดชื่นรื่นรมย์และเป็นที่รักในหมู่เทวดาด้วย ความดีอันนี้เองทําให้ซูสเอาเขาประดับไว้บนท้องฟ้าเป็นหมู่ดาราแห่งราศีกุมภ์

ราศีมีน (Pisces) กลุ่มดาวปลาคู่

ราศีมีน (Pisces) กลุ่มดาวปลาคู่

ตํานานราศีนี้บอกไว้เพียงสั้นๆว่าคือเทพวีนัสกับกามเทพเมื่อหนีสงครามระหว่างเทพกับไทฟอนโดยการแปลงเป็นปลาโดดลงแม่น้ำไนล์ แต่บางตํานานก็ว่า อสูรไทฟอนหลงรักเทพีวีนัส วันหนึ่งที่เธอและคิวปิดลูกชายกําลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำยูเฟรติส ไทฟอนก็ปรากฏกายไล่ล่านางพรายน้ำช่วยป้องกันทั้งสองด้วยการแปลงร่างทั้งสองเป็นปลาหนีลงน้ำ

แต่ไม่รู้ว่าด้วยความตกใจมากเกินไปหรือเปล่า จึงทําให้ทั้งสองคนว่ายวนกลับหัวกลับหาง สัญลักษณ์ของราศีซึ่งถูกนําไปไว้บนฟ้าเพื่อเป็นอนุสรณ์ก็เลยเป็นปลาว่ายหันไปคนละด้าน

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet